| D r a f t 的个人资料D r a f t照片日志列表 | 帮助 |
|
|
4月6日 The Last memory of Prince (ชีวิตที่ขาดเธอ...)The Last memory of Prince ชีวิตที่ขาดเธอ.... หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินวางโทรศัพท์จากเจ้าหญิงสีฟ้า ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกับว่า ในโลกนี้มีแต่เจ้าชายเพียงพระองค์เดียว ความเหน็บหนาวได้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของเจ้าชายอีกครั้ง พร้อมๆ กับความอ้างว้างที่ได้พัดเข้ามาพร้อมกับสายลมอ่อนๆ ร่างกายที่เคยอดทน จิตใจที่เคยเข้มแข็งกลับกลายเป็นความอ่อนแอ เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่นั่งกอดตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่หยุด ในเวลานั้นเหมือนทุกๆอย่างจะมืดมนไปหมด หนทางที่เคยเห็น คนที่เคยเดินร่วมทางได้หายไปพร้อมกับความมืดมิด เจ้าชายสีน้ำเงินทำได้แต่เพียงนั่งอยู่ในมุมที่มืดมิด วันแล้ววันเล่าเจ้าชายค่อยๆจมลงไปอยู่ในห้วงของความทุกข์ ใจของพระองค์กำลังถูกกลืนกินจากความเจ็บปวดและความเสียใจ ในเวลานั้นเจ้าชายไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้ อยู่คนเดียว ณ เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้เชื่อแล้วว่า ความรักนั้นเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ด้วยพลังของความรักสามารถทำให้คนอ่อนแอ คนที่เคยยอมแพ้กับทุกๆสิ่ง ให้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งไม่เคยท้อ ไม่เคยกลัว หรือหวั่นไหวกับอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันความรักก็ทำให้คนที่เข้มแข็งคนที่พร้อมที่จะทำทุกๆ สิ่งโดยไม่ย่อท้อหรือหวั่นไหวกับสิ่งใด ๆ กลับกลายเป็นคนที่อ่อนแอ คนที่ไม่พร้อมจะทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ในเวลานั้นเจ้าชายได้แต่คิดว่า ทำไมเจ้าหญิงสีฟ้าถึงต้องจากเจ้าชายไป ทั้งๆ ที่เจ้าชายพยายามทำทุกอย่างแล้ว พยายามที่จะเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ที่เคยทำให้เจ้าหญิงนั้นต้องเสียใจ ในทุกๆครั้งที่เจ้าหญิงทำผิดเจ้าชายก็อภัยให้เจ้าหญิงเสมอมา ถึงแม้ในบางครั้งเจ้าหญิงจะเคยทำให้เจ้าชายต้องบอบช้ำจนแทบจะรับไม่ไหว แต่เจ้าชายก็ได้ให้โอกาสให้เจ้าหญิงได้ปรับปรุงตัวเองและแก้ไขในสิ่งที่เจ้าหญิงเคยทำผิดพลาด แต่ทำไมเจ้าหญิงกลับไม่โอกาสให้เจ้าชายได้แก้ไขตัวเองบ้าง ในทุก ๆ วันเจ้าชายได้แต่คิดว่าพระองค์นั้นทำผิดตรงไหน เพราะอะไรใจของเจ้าหญิงที่เคยเป็นของเจ้าชายกลับกลายเป็นอย่างอื่นเข้ามาแทนที่ ในคืนนั้นเจ้าชายแทบจะนอนไม่หลับเพราะภาพความทรงจำในอดีตของเจ้าหญิงได้ผุดขึ้นมาจากหัวใจของเจ้าชาย ทันทีที่ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาน้ำตาของเจ้าชายก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ในช่วงเวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น แต่ทำไมฝันในครั้งนี้ร้ายกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยมีมาและเป็นความฝันที่ยาวนานมาก ในทุกๆ วันเจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังอย่างลมๆแล้งๆ ว่าจะตื่นขึ้นมาให้พ้นจากฝันร้ายเหล่านั้น เพราะความฝันนั้นเป็นฝันร้ายที่ทำให้เจ้าชายนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ในทุกๆ เช้าที่เจ้าชายตื่นขึ้นมาเจ้าชายก็ต้องพบกับความจริงที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และเจ้าชายก็ได้แต่บอกตัวเองว่า “ วันนี้เป็นอีกวันแล้วนะที่ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้และเราต้องสู้กับมันให้ได้ ” เมื่อถึงวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดพบหน้ากับเจ้าหญิงสีฟ้า ในวันนั้นเจ้าชายยังทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเจอหน้ากันครั้งสุดท้ายกับเจ้าหญิงฐานะในตอนนั้นยังเป็นคนรัก แต่ในครั้งนี้ฐานะของเราทั้งสองได้ลดลงมาเหลือแค่คำว่า คนรู้จัก เจ้าชายจึงขอเลื่อนเจ้าหญิงไปโดยไม่มีกำหนด อีก 1 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้นัดเจ้าหญิงอีกครั้งนึง และเย็นวันนั้นเจ้าหญิงจึงได้ส่งข้อความมาบอกกับเจ้าชายว่า “ เค้าไม่กล้าที่จะเจอหน้าตัวเอง และไม่อยากเห็นหน้าตัวเองแล้วด้วย เราไม่ต้องเจอหน้ากันจะดีกว่ามั้ย ” เจ้าชายสีน้ำเงินจึงส่งกลับไปว่า “ เค้าไม่อยากให้เราต้องจบแบบนี้ เค้าก็แค่อยากให้เราคุยกันแบบคนรู้จักกันเท่านั้นเอง ” ในคืนหนึ่งเจ้าชายสีน้ำเงินได้ฝันถึงเจ้าหญิงสีฟ้า ซึ่งในฝันนั้นเจ้าหญิงกับเจ้าชายกำลังทะเลาะกัน แล้วเจ้าชายก็ได้ตื่นขึ้นมา นั้นเป็นฝันร้ายสำหรับเจ้าชาย แต่เจ้าชายสีน้ำเงินกลับคิดว่าถ้าฝันนั้นเป็นความจริงก็คงดีเพราะถึงจะทะเลาะกันอย่างน้อยเจ้าชายก็ยังได้อยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิงสีฟ้า ณ ช่วงเวลานี้ทั้งความเหงาและความอ้างว้างได้เข้ามาในชีวิตของเจ้าชายอีกครั้ง ในวันหนึ่งเจ้าชายความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับเจ้าหญิงก็ได้ผุดขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง ทำให้เจ้าชายนั้นได้ร้องไห้อีกครั้งนึง แต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะแม่ของเจ้าชายได้มาเห็น เจ้าชายจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ของเจ้าชายฟัง แม่ของเจ้าชายได้กอดเจ้าชายพร้อมกับพูดว่า
แม่ของเจ้าชาย : ถ้าจะมีความรักมันก็ต้องมีเจ็บ มีผิดหวังเป็นธรรมดาแหละ แม่ถึงไม่อยากให้เรามีแฟนไง แม่ของเจ้าชาย : ตั้งแต่เล็กจนโตเราก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เวลามีอะไรแล้วไม่ชอบบอกแม่เลย คราวหลังถ้ามีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังด้วยเข้าใจมั้ย เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้หันไปพูดกับแม่ของเจ้าชายพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลรินอย่างไม่ขาดสาย เจ้าชายสีน้ำเงิน : เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกครับ แม่ของเจ้าชาย : แม่เป็นแม่นะ ถ้าเรามีความทุกข์แม่ก็ทุกข์ด้วย ถ้าเรามีความสุขแม่ก็สุขด้วย สัญญากับแม่ได้มั้ยว่าถ้าเรามีอะไรก็ให้เล่าให้แม่ฟังด้วย ไม่ใช่ปิดบังไว้ไม่ให้แม่รู้ เจ้าชายสีน้ำเงิน : สัญญาคับ
ในเช้าวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินได้นำดอกไม้ไปไหว้แม่ และขอโทษในสิ่งที่เคยทำผิดทำให้แม่เสียใจ พร้อมกับก้มลงกราบเท้าแม่ของเจ้าชาย ตั้งแต่ที่เจ้าชายจำความได้ ในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่พระองค์นั้นได้กราบเท้าแม่ของพระองค์ ณ ช่วงเวลานั้นเพื่อน ๆ ของเจ้าชายต่างก็เข้ามาให้กำลังใจ ทั้งเจ้าหญิงอ้วนดำ เจ้าหญิงเห็ด เจ้าหญิงหมู เจ้าหญิงจิ้งจก เจ้าหญิงก้านกล้วย เจ้าหญิงป้า เจ้าหญิงสีม่วง เจ้าหญิงโลมา เจ้าหญิงซาลาเปา เจ้าหญิงหมูอืด เจ้าชายตาตีบ เจ้าชายไลติว เจ้าชายลิง เจ้าชายเต่า เจ้าชายเซนเดอลอส เจ้าชายดำ เจ้าชายล๊อบเบน ซึ่งทำให้เจ้าชายมีกำลังใจที่ดีขึ้น อีก 2 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้ไปให้อาหารปลาในที่ที่เจ้าหญิงสีฟ้าชอบพาไปตอนที่ยังคบกันอยู่ จากที่เคยหันไปก็เห็นเจ้าหญิงสีฟ้าอยู่เคียงข้าง แต่ในวันนี้หันไปจะได้พบกับความร่าเริงของเจ้าหญิงเห็ด และความซุกซนของเจ้าชายลิง ในขณะที่ให้อาหารปลาอยู่นั้น เจ้าชายสีน้ำเงินได้สังเกตเห็นปลาตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกจนเห็นก้าง เจ้าปลาตัวนี้ทำให้เจ้าชายนั้นได้ตระหนักว่า ขนาดปลามันเจ็บขนาดนี้ มันยังดิ้นรนและคิดที่จะสู้เพื่อมีชีวิตให้รอดอยู่ต่อไป แม้แต่ปลามันยังไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ แล้วทำไมเราจะต้องมายอมแพ้ให้กับความเสียใจเพียงแค่นี้ด้วย เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ให้กับความเสียใจและความเจ็บปวดที่ได้รับ ณ เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้ลุกขึ้นออกจากมุมมืดด้วยลำแข้งที่พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับความเสียใจ เจ้าชายได้กลับมามองเห็นเส้นทางอีกครั้งนึง ถนนนั้นทอดยาวไปไกลมากจนสุดลูกหูลูกตา เจ้าชายสีน้ำเงินได้ก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ถึงแม้ว่าใจของเจ้าชายจะอ้างว้างเพราะในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้าที่คอยเดินเคียงข้างอีกแล้ว แต่เจ้าชายหันหน้าขึ้นมามองหนทางที่อยู่ไกลแสนไกลและออกก้าวเดินเพื่อไปตามหาจุดหมายปลายทาง ในอนาคตข้างหน้าชีวิตของเจ้าชายสีน้ำเงินจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเดินทางโดยไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้า โปรดติดตามและคอยให้กำลังใจเจ้าชายสีน้ำเงินได้ในตอนต่อไป........
ถ้าถามว่า “ ใครที่คอยอยู่เคียงเราตลอดเวลา ” แน่นอนหล่ะ ....... บางคนอาจจะตอบว่าเพื่อน บางคนอาจจะตอบว่าแฟน แต่คนเหล่านั้นกลับหารู้มั้ยว่า.... ความเป็นจริงแล้วแม่ของเราต่างหากที่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็น แต่เราเลือกที่จะมองข้ามมากกว่า…
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น ขอเป็นกำลังใจให้กับคนอกหักทุก ๆ คน ให้สู้กับอ้างว้างและความเหงาที่ได้รับ สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เจ็บปวดและยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของเรา ถึงแม้ในบางครั้งมันอาจจะยากที่เราจะรับไหว แต่เราก็ยังดีกว่าคนที่ได้วิ่งหนีมัน โดยที่ไม่คิดที่จะหันมาสู้กับมันเลย…
************************************************************* 评论 (15)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://draft2you.spaces.live.com/blog/cns!9415B12594380FBF!277.trak 引用此项的网络日志
|
|
|