| D r a f t 的个人资料D r a f t照片日志列表 | 帮助 |
|
|
4月17日 มาเล่นต่อเพลงกันนะ
บทกลอน...แด่เจ้าหญิงสีฟ้า
4月12日 The Prince ‘s letterThe Prince ‘s letter ถึง.....เจ้าหญิงสีฟ้า เมื่อตัวเองได้อ่านจดหมายฉบับนี้ เค้าก็คงอยู่ในที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ในที่ที่เราเคยรักกัน เคยอยู่ด้วยกัน เคยหยอกล้อกัน เคยพูดคุยกัน เคยนั่งชิงช้าเล่นด้วยกัน เคยทะเลาะกัน และเป็นที่สุดท้ายที่เราได้เจอหน้ากัน ณ เวลานี้ที่นี้กลายเป็นที่ที่เงียบสงบจนเค้าสามารถสัมผัสถึงเหน็บหนาวที่แทรกซึมจนถึงขั้วหัวใจ จดหมายนี้เป็นจดหมายฉบับแรกและอาจจะเป็นฉบับสุดท้ายที่เค้าจะเขียนให้ตัวเอง เค้าก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีเพราะเค้าก็ไม่เคยทำให้ใครมาก่อนเลย และขอบอกว่าหน้านี้เป็นหน้าที่ใช้เวลาเรียบเรียงนานที่สุด เพราะในระหว่างที่เขียนน้ำตามันชอบทรยศเค้า เล่นซึมออกมาหลายหยดเลยแหละ กว่าจะเขียนเสร็จก็ใช้เวลาไปหลายวันเลย นับตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้เราก็ห่างกันมามากพอสมควรแล้วนะ ตัวเองก็คงจะทำใจได้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ส่วนเค้าพวกเพื่อน ๆ ของเค้าก็ช่วยให้กำลังใจจนเค้าเริ่มที่จะดีขึ้นแล้ว เค้าอยากให้ตัวเองกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมนะ เค้าไม่อยากให้ตัวเอง ๆ ต้องมาคิดมากหรือเสียใจให้เค้าอีกแล้ว เค้าอยากให้ตัวเองลืมเค้าไปให้หมด ให้เหลือไว้เพียงแต่ความทรงจำที่ดี ๆ ที่เราทั้งสองคนได้สร้างร่วมกันมา รู้มั้ยว่าสิ่งที่จะทำให้เค้ายิ่งจะเสียใจมากคืออะไร เค้าจะบอกให้ก็ได้ว่า คือการที่ต้องรู้ว่า ณ เวลานี้ตัวเองยังมานั่งเสียใจให้เค้าอยู่ ตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบกันจนมาถึงวันนี้เค้าอยากบอกว่าไม่เคยมีวันไหนเลยที่เค้าไม่คิดถึงตัวเองเลยนะ ยังจำวันที่เรานั่งคุยกันก่อนดูหนังได้มั้ย วันที่ตัวเองเคยบอกว่า ตั้งแต่ที่เค้าเคยคบกับเจ้าหญิงมาเค้ารักเจ้าหญิงม่วงมากที่สุดเพราะเค้าร้องไห้ให้กับเจ้าหญิงสีม่วง แต่ในเวลานี้เค้าก็อยากจะบอกว่าไม่ได้มีแต่เจ้าหญิงสีม่วงคนเดียวเท่านั้นนะที่เค้าต้องเสียน้ำตาให้ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นมันทำให้เค้าได้รู้ใจตัวเองแล้ว ถ้าหากย้อนเวลาได้ เค้าอยากย้อนกลับไปถึงวันที่ตัวเองเคยถามเค้า เพื่อจะให้ตัวเองได้ถามเค้าอีกครั้งหนึ่ง ว่าเค้ารักเจ้าหญิงคนไหนมากที่สุด ซึ่งในเวลานี้เค้าก็มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นที่จะให้นั่นก็คือ “ เจ้าหญิงที่เค้ารักมากที่สุดในเวลานี้ก็คงเป็นตัวเองแล้วนะ ” อาจจะเป็นเพราะเค้าไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงองค์ไหนมากไปกว่าตัวเองอีกแล้ว และเวลาที่เค้ามีอยู่เค้าก็ไม่เคยมอบให้ใครมากเท่านี้เลย ณ ช่วงเวลาหนึ่งที่เราทั้งสองได้ใช้ชีวิตร่วมกันมา มันเป็นอะไรที่คุ้มกับที่เกิดมาในชาตินี้แล้ว และเค้าก็อยากบอกว่าเค้ารู้สึกดีใจมากๆเลยนะที่ช่วงหนึ่งของชีวิตของเค้าได้เดินเคียงข้างกับตัวเอง ตั้งแต่วินาทีแรกที่เค้าเห็นตัวเอง ในวินาทีนั้นเองเค้าก็รู้ได้ทันทีเลยว่าใจของเค้าต้องการอะไร ในตอนแรก ๆ เพื่อนเค้าได้ชี้ให้ดูแล้วก็ชมว่าตัวเองนั้นน่ารัก เค้าก็ได้แต่พูดว่า “ ไม่เห็นน่ารักเลย ” ทั้งๆที่ใจเค้าก็ชอบตัวเองไปแล้ว เค้าก็เป็นซะอย่างงี้แหละในบางครั้งปากกับใจมักจะไม่ตรงกัน ในบางครั้งตัวเองก็มักจะถามเค้าว่า “ เค้าแต่งตัวน่ารักมั้ย ” เค้าก็ตอบไปว่า “ ขี้เหร่อ่ะ ไม่เห็นจะน่ารักเลย ” ทั้ง ๆที่ในใจเค้าอยากบอกกับตัวเองว่า “ ไม่ว่าจะยังไงตัวเองก็น่ารักสำหรับเค้าอยู่แล้ว ” ช่วงเวลาที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันตัวเองได้มาเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปของเค้าให้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้สินานๆ ทีที่ชีวิตเค้าจะได้มีรอยยิ้มและความสุขอย่างคนอื่นๆ พอได้มีสิ่งเหล่านี้เค้าก็ไม่อยากเสียมันไป ทุก ๆ วินาที่ที่เราอยู่ด้วยกันมันมีความหมายสำหรับเค้า ยังจำได้มั้ยในวันเกิดเค้าตัวเองได้ขออะไร ตัวเองขอให้เค้ารักตัวเองให้มากๆ รู้มั้ยคำพูดนี้ต่อให้ตัวเองไม่ขอเค้าก็รักตัวเองมากเหมือนเดิมนั่นแหละ หลังจากวันนั้นเค้าก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองแล้วนะ ตั้งแต่คบกันมาเค้าไม่เคยขอให้ตัวเองรักเค้ามากเลยสักครั้ง เค้าแค่ขอให้ตัวเองรักเค้านานๆ เท่านั้นเองแต่ตัวเองก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเค้าไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกในเมื่อใจของตัวเองไม่ได้เป็นของเค้าแล้ว ต่อให้คบกันต่อไปตัวเองก็จะไม่มีความสุข เคยมีคนบอกกับเค้าว่าการที่จะรักใครซักคน แค่เราได้เห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุขก็พอแล้ว แต่การที่เราไปบังคับคนที่เรารักให้มารักเรามันเป็นการรักตัวเองมากกว่าที่จะเรียกว่าความรักซะอีก วันสุดท้ายที่คุยกันเค้ายอมรับว่าวันนั้นเค้าเสียใจมากที่ได้ยินในสิ่งที่ตัวเองพูด แต่เค้าจะคงเสียใจไปมากกว่านี้ถ้าเค้าไม่เคยเจ็บมาก่อนแล้ว ที่เป็นอย่างนี้เป็นอาจจะเป็นเพราะความเคยชินแล้วละมั้งที่ใจเค้าต้องบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก เค้าก็ไม่รู้หมือนกันว่าทำไมต้องทนเจ็บแล้วเจ็บอีก คงจะเป็นเพราะความรักที่เค้ามีให้ตัวเองมันมากจนเค้าไม่อาจจจะหาสิ่งใดในโลกมาเทียบได้เลย ในบางครั้งเค้าก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรักระหว่างเรา เค้าไม่รู้ว่าทำไมเราต้องเป็นอย่างนี้เค้ารู้แต่เพียงว่าใจของตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว จนช่วงหลัง ๆ ตัวเองก็เริ่มที่จะขึ้นเสียงใส่เค้าตอนที่ทะเลาะกันเรื่องเพื่อนของตัวเอง จนเค้าคิดว่าตัวเองเห็นเพื่อนดีกว่าเค้า เพื่อนคนที่เคยด่า เคยว่า เคยทะเลาะกับตัวเองจนตัวเองบอกว่าตัวเองเกลียดเพื่อนคนนี้ ในเวลานั้นก็มีแต่เค้าคอยให้กำลังใจตัวเอง แต่แล้วเมื่อเพื่อนคนนี้กลับมาขอคืนดีกับตัวเอง ตัวเองกลับเห็นมันดีกว่าเค้า ทั้งๆที่เค้านั้นเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างตัวเองมาตลอด ช่วงหลัง ๆ ที่เราทะเลาะกันนั้นมันคงเกิดจากความหึงของเค้าเองแหละ ที่คอยบังคับอย่างนู้นบังคับอย่างนี้จนตัวเองไม่มีอิสระที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ เค้าคิดว่าในสิ่งที่เค้าห้ามนั้นไม่มากเกินไปสำหรับคนที่เป็นแฟนกันหรอกนะ สักวันเมื่อตัวเองได้โตขึ้นและได้พบกับคนที่รักตัวเองมากพอๆกันกับเค้า วันนั้นแหละจะเป็นวันที่ตัวเองจะเข้าใจในสิ่งที่เค้าทำ ในช่วงหลังๆ เค้าก็พยายามทำทุกอย่างแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เคยลอง เค้าลองทำแล้ว แต่มันก็ทำไม่ได้ที่จะเปลี่ยนนิสัยขี้หึงของเค้า ซึ่งตัวเองกำลังจะบังคับให้เค้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่คนที่ไม่ใช่ตัวเค้าแล้ว ในช่วงก่อนที่เราจะคบกันยังจำได้มั้ยเค้าเคยทำให้ตัวเองเคืองเค้าก็เพราะความหึงของเค้า เค้าก็เคยบอกตัวเองแล้วว่าถ้าเค้าเป็นอย่างนี้ตัวเองจะรับได้มั้ย ซึ่งตอนนั้นตัวเองก็ตอบว่ารับได้ และพอเราคบกันตัวเองก็บอกว่าที่เค้าหึงทำให้ตัวเองรู้สึกดีเพราะจะทำให้ตัวเองได้รู้ว่าเค้ารักตัวเองมาก แต่พอมาตอนหลังความหึงของเค้ากลับทำให้ตัวเองต้องลำบากใจ เค้าก็ขอบอกว่าเค้าก็เป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ตัวเองเคยบอกว่าเค้าเปลี่ยนไป แต่เค้าก็ขอบอกว่าเค้าไม่เคยเปลี่ยนหรอกนะ แต่คนที่เปลี่ยนน่าจะเป็นตัวเองมากกว่า เค้าก็อยากบอกตัวเองว่า “ ไม่ว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปแค่ไหนเค้าก็ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นนะ ” ถ้ามีคนมาถามเค้าว่าเคยคิดเสียใจมั้ยที่มาคบกับคนอย่างตัวเอง เค้าจะตอบกับคนนั้นอย่างไม่รีรอเลยว่า เค้าไม่เคยคิดเสียใจเลยสักครั้ง เพราะตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่ดีที่สุดคนนึงของเค้า เค้าก็ขอขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่ตัวเองเคยให้เค้า ทั้งความรักที่ให้จนเต็มเปี่ยม ความคิดถึงที่คอยเติมเต็มความรักในทุกๆวัน ความสุขที่ทำให้เค้ายิ้มได้ทั้งวัน ความหวังดีที่มีให้เสมอมา ความห่วงใยในยามที่เค้าไม่สบาย กำลังใจที่เคยให้เค้าตอนที่เค้าท้อแท้จนไม่มีกำลังใจ การดูแลเอาใจใส่เค้าในยามที่เค้านั้นอ่อนแอ เค้าจะไม่มีวันลืมสิ่งเหล่านี้ได้เลย เค้าก็ขอขอบคุณที่ทำให้เค้าได้รู้จักกับคำว่ารัก ต่อจากวันนี้ตัวเองก็จะไม่มีคนเลวๆ อย่างเค้ามากวนใจตัวเองอีกแล้ว คนเลวๆ ที่ทำให้ตัวเองต้องร้องไห้ เค้าก็รู้ตั้งแต่วันแรกที่เค้าก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตตัวเองแล้วว่าเค้าไม่คู่ควรกับตัวเองเลย เค้ามันเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลย แต่เค้ามีเพียงสิ่งเดียวที่เท่านั้น นั่นก็คือ ความรักที่มีให้ตัวเองก็เท่านั้นแหละ เค้าก็ขอให้ตัวเองนั่นโชคดีละกัน ได้พบกับคนดีๆที่พร้อมจะดูแลและรักตัวเอง ดูแลตัวเองดีๆละกันนะเพราะในวันนี้เค้าไม่อาจจะทำหน้าที่นี้ได้อีกแล้ว เค้าก็จะคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ ละกัน ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ นะ เวลาจะทำอะไรก็ให้คิดก่อนอย่าให้ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา ในวันไหนที่ตัวเองท้อแท้หรือเสียใจ ขอให้รู้เอาไว้ว่าตัวเองจะยังมีเค้าอยู่เคียงข้างตัวเอง และเค้าจะขอเป็นคนสุดท้ายที่จะคอยดูแลและให้กำลังใจตัวเองเสมอนะ เค้าก็ขอโทษที่เคยทำให้ตัวเองต้องเสียใจและร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกๆ สิ่งที่เค้าทำไปก้อคงเป็นเพราะความรักที่เค้ามีให้ตัวเองนั่นแหละ ทุกความทรงจำที่เกี่ยวกับตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมามันจะยังคงอยู่ตลอดเวลาและจะยังคงอยู่กับเค้าตลอดไป เค้าจะเก็บความทรงจำที่ดีเหล่านี้ไว้ตลอดไป......เค้าสัญญา เวลานี้เค้าได้พบกับความเจ็บปวดและความเสียใจจากที่ได้เสียคนที่เค้ารักที่สุดไป เค้ารู้สึกว่าเวลาในแต่ละวันกลับช้าลงเรื่อย ๆ ไม่เหมือนกับตอนที่ยังมีตัวเองคอยอยู่เคียงข้าง เค้าได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมเวลาที่เค้าไม่มีตัวเองเค้าถึงรู้สึกเหงาและอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีเจ้าหญิงคนไหนที่ทำให้เค้าต้องเสียใจมากขนาดนี้มาก่อนเลย ก็อย่างที่ว่าไว้แหละ ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมาก เค้าเคยคิดว่า ทำไมเวลาคนเลิกกันต้องเกลียดกันด้วย เค้าก็เคยลองคิดที่จะเกลียดตัวเองดู แต่เค้าก็ทำไม่ได้อ่ะ อาจจะเป็นเพราะความรักที่เค้ามีมันคงจะมีมากกว่าเกินกว่าที่จะจะมีสิ่งใดๆ มาเปลี่ยนความรู้สึกนี้ได้อีกแล้ว หลังจากวันที่ตัวเองได้จากไปจากชีวิตของเค้า เค้าก็รู้สึกได้เลยว่าชีวิตของเค้าเปลี่ยนไปมากๆเลย เสียงที่เคยได้ยิน หน้าที่เคยเห็น คำพูดที่บอกว่า ขับรถดีๆละกัน เป็นห่วงนะรู้มั้ย , คิดถึงนะ รักนะจุ๊บๆ ในวันนี้มันคงจะไม่มีอีกแล้ว เค้ายอมรับเลยว่าในเวลานี้อ่อนแอและหวั่นไหวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบใจ ไม่กล้าที่จะคิดและทำอะไรอีกแล้ว เพราะกลัวในทุก ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ณ เวลานี้เค้ายังไม่พร้อมที่จะรักใครและเค้าก็ยังไม่อยากให้ใครมาแทนที่ตัวเองด้วย มันก็เป็นอะไรที่ทำใจยากเหมือนกันนะที่จะทำใจให้ลืมคนที่เรารัก คงทำได้แต่เพียงปล่อยให้เวลาช่วยรักษาแผลใจของเราทั้งสองคน ในเวลานี้เค้ายอมรับว่าเค้ายังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในสักวันเค้าจะกลับมาพร้อมกับความเข้มแข็งอีกครั้ง เค้าจะเป็นคนเดิมที่ตัวเองเคยเห็น คนที่ไม่เคยกลัวและยอมแพ้ให้กับสิ่งใด ๆ ถ้าวันใดวันหนึ่งเราได้พบกันก็อย่าลืมทักทายกันบ้างนะ สำหรับเค้าตัวเองก็ยังคงเป็นน้องสาวอีกคนนึงที่เค้าจะรักและคอยห่วงใยอยู่เสมอ สุดท้ายนี้เค้าก็ไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะแทนความรู้สึกของเค้าได้นอกจากคำๆนี้อีกแล้ว “ เค้ารักตัวเองนะ ”
จาก.....เจ้าชายสีน้ำเงิน 4月10日 The Princess ‘s letterThe Princess ‘s letter ถึง.....เจ้าชายสีน้ำเงิน เราก็ห่างกานมาได้ซักพักแล้วนะ ฉันรู้ว่าฉันผิดฉันขอโทษ
แต่ฉันก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ ที่เราจะไม่ต้องเจอกานอีก
เพราะฉันไม่รู้จะทำตัวยังไงและเธอก็คงยังทำใจไม่ได้ มันจบลงตรงนี้ก็ดีแล้ว
ขอให้เธอยกโทษให้ฉันด้วยสิ่งที่แล้วมา ไม่อยากให้เธอลืมมันไปแต่ขอให้เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆได้ไหม....
บางครั้งมันก็คงเป็นอะไรที่ทำใจได้ยาก ซึ่งฉันก็เสียใจนะไม่ใช่รู้สึกดีที่ทำไปอย่างนั้น
แต่ฉันไม่อยากที่จะคบกับเธอต่อไปโดยที่ฉันมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้ว อยากให้เธอยกโทษให้ฉัน เธอคงไม่รู้ว่าฉันมีเหตุผลอะไรที่เลิกกับเธอ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกาน
ฉันยังถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่าฉันคิดยังไงกะเธอ แต่ฉันก็หาคำตอบไม่ได้นอกจากตอบไปว่าไม่ได้รักเธอแล้ว
ไม่ใช่ว่าเธอดีไม่พอและไม่ใช่ว่าฉันชอบคนอื่น
ฉันขอบใจกับความรู้สึกดีๆและวันเวลาที่ผ่านมา
ฉันจะไม่ลืมว่าเคยคบกะคนอย่างเธอ
ฉันไม่อยากให้เธอเกลียดฉัน
เรายังเป็นคนที่รู้จักกันได้ไม่ใช่เหรอ
ขอโทษเธออีกครั้งนะ.....
จาก....เจ้าหญิงสีฟ้า 4月6日 The Last memory of Prince (ชีวิตที่ขาดเธอ...)The Last memory of Prince ชีวิตที่ขาดเธอ.... หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินวางโทรศัพท์จากเจ้าหญิงสีฟ้า ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกับว่า ในโลกนี้มีแต่เจ้าชายเพียงพระองค์เดียว ความเหน็บหนาวได้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของเจ้าชายอีกครั้ง พร้อมๆ กับความอ้างว้างที่ได้พัดเข้ามาพร้อมกับสายลมอ่อนๆ ร่างกายที่เคยอดทน จิตใจที่เคยเข้มแข็งกลับกลายเป็นความอ่อนแอ เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่นั่งกอดตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่หยุด ในเวลานั้นเหมือนทุกๆอย่างจะมืดมนไปหมด หนทางที่เคยเห็น คนที่เคยเดินร่วมทางได้หายไปพร้อมกับความมืดมิด เจ้าชายสีน้ำเงินทำได้แต่เพียงนั่งอยู่ในมุมที่มืดมิด วันแล้ววันเล่าเจ้าชายค่อยๆจมลงไปอยู่ในห้วงของความทุกข์ ใจของพระองค์กำลังถูกกลืนกินจากความเจ็บปวดและความเสียใจ ในเวลานั้นเจ้าชายไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้ อยู่คนเดียว ณ เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้เชื่อแล้วว่า ความรักนั้นเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ด้วยพลังของความรักสามารถทำให้คนอ่อนแอ คนที่เคยยอมแพ้กับทุกๆสิ่ง ให้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งไม่เคยท้อ ไม่เคยกลัว หรือหวั่นไหวกับอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันความรักก็ทำให้คนที่เข้มแข็งคนที่พร้อมที่จะทำทุกๆ สิ่งโดยไม่ย่อท้อหรือหวั่นไหวกับสิ่งใด ๆ กลับกลายเป็นคนที่อ่อนแอ คนที่ไม่พร้อมจะทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ในเวลานั้นเจ้าชายได้แต่คิดว่า ทำไมเจ้าหญิงสีฟ้าถึงต้องจากเจ้าชายไป ทั้งๆ ที่เจ้าชายพยายามทำทุกอย่างแล้ว พยายามที่จะเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ที่เคยทำให้เจ้าหญิงนั้นต้องเสียใจ ในทุกๆครั้งที่เจ้าหญิงทำผิดเจ้าชายก็อภัยให้เจ้าหญิงเสมอมา ถึงแม้ในบางครั้งเจ้าหญิงจะเคยทำให้เจ้าชายต้องบอบช้ำจนแทบจะรับไม่ไหว แต่เจ้าชายก็ได้ให้โอกาสให้เจ้าหญิงได้ปรับปรุงตัวเองและแก้ไขในสิ่งที่เจ้าหญิงเคยทำผิดพลาด แต่ทำไมเจ้าหญิงกลับไม่โอกาสให้เจ้าชายได้แก้ไขตัวเองบ้าง ในทุก ๆ วันเจ้าชายได้แต่คิดว่าพระองค์นั้นทำผิดตรงไหน เพราะอะไรใจของเจ้าหญิงที่เคยเป็นของเจ้าชายกลับกลายเป็นอย่างอื่นเข้ามาแทนที่ ในคืนนั้นเจ้าชายแทบจะนอนไม่หลับเพราะภาพความทรงจำในอดีตของเจ้าหญิงได้ผุดขึ้นมาจากหัวใจของเจ้าชาย ทันทีที่ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาน้ำตาของเจ้าชายก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ในช่วงเวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น แต่ทำไมฝันในครั้งนี้ร้ายกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยมีมาและเป็นความฝันที่ยาวนานมาก ในทุกๆ วันเจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังอย่างลมๆแล้งๆ ว่าจะตื่นขึ้นมาให้พ้นจากฝันร้ายเหล่านั้น เพราะความฝันนั้นเป็นฝันร้ายที่ทำให้เจ้าชายนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ในทุกๆ เช้าที่เจ้าชายตื่นขึ้นมาเจ้าชายก็ต้องพบกับความจริงที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และเจ้าชายก็ได้แต่บอกตัวเองว่า “ วันนี้เป็นอีกวันแล้วนะที่ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้และเราต้องสู้กับมันให้ได้ ” เมื่อถึงวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดพบหน้ากับเจ้าหญิงสีฟ้า ในวันนั้นเจ้าชายยังทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเจอหน้ากันครั้งสุดท้ายกับเจ้าหญิงฐานะในตอนนั้นยังเป็นคนรัก แต่ในครั้งนี้ฐานะของเราทั้งสองได้ลดลงมาเหลือแค่คำว่า คนรู้จัก เจ้าชายจึงขอเลื่อนเจ้าหญิงไปโดยไม่มีกำหนด อีก 1 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้นัดเจ้าหญิงอีกครั้งนึง และเย็นวันนั้นเจ้าหญิงจึงได้ส่งข้อความมาบอกกับเจ้าชายว่า “ เค้าไม่กล้าที่จะเจอหน้าตัวเอง และไม่อยากเห็นหน้าตัวเองแล้วด้วย เราไม่ต้องเจอหน้ากันจะดีกว่ามั้ย ” เจ้าชายสีน้ำเงินจึงส่งกลับไปว่า “ เค้าไม่อยากให้เราต้องจบแบบนี้ เค้าก็แค่อยากให้เราคุยกันแบบคนรู้จักกันเท่านั้นเอง ” ในคืนหนึ่งเจ้าชายสีน้ำเงินได้ฝันถึงเจ้าหญิงสีฟ้า ซึ่งในฝันนั้นเจ้าหญิงกับเจ้าชายกำลังทะเลาะกัน แล้วเจ้าชายก็ได้ตื่นขึ้นมา นั้นเป็นฝันร้ายสำหรับเจ้าชาย แต่เจ้าชายสีน้ำเงินกลับคิดว่าถ้าฝันนั้นเป็นความจริงก็คงดีเพราะถึงจะทะเลาะกันอย่างน้อยเจ้าชายก็ยังได้อยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิงสีฟ้า ณ ช่วงเวลานี้ทั้งความเหงาและความอ้างว้างได้เข้ามาในชีวิตของเจ้าชายอีกครั้ง ในวันหนึ่งเจ้าชายความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับเจ้าหญิงก็ได้ผุดขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง ทำให้เจ้าชายนั้นได้ร้องไห้อีกครั้งนึง แต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะแม่ของเจ้าชายได้มาเห็น เจ้าชายจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ของเจ้าชายฟัง แม่ของเจ้าชายได้กอดเจ้าชายพร้อมกับพูดว่า
แม่ของเจ้าชาย : ถ้าจะมีความรักมันก็ต้องมีเจ็บ มีผิดหวังเป็นธรรมดาแหละ แม่ถึงไม่อยากให้เรามีแฟนไง แม่ของเจ้าชาย : ตั้งแต่เล็กจนโตเราก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เวลามีอะไรแล้วไม่ชอบบอกแม่เลย คราวหลังถ้ามีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังด้วยเข้าใจมั้ย เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้หันไปพูดกับแม่ของเจ้าชายพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลรินอย่างไม่ขาดสาย เจ้าชายสีน้ำเงิน : เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกครับ แม่ของเจ้าชาย : แม่เป็นแม่นะ ถ้าเรามีความทุกข์แม่ก็ทุกข์ด้วย ถ้าเรามีความสุขแม่ก็สุขด้วย สัญญากับแม่ได้มั้ยว่าถ้าเรามีอะไรก็ให้เล่าให้แม่ฟังด้วย ไม่ใช่ปิดบังไว้ไม่ให้แม่รู้ เจ้าชายสีน้ำเงิน : สัญญาคับ
ในเช้าวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินได้นำดอกไม้ไปไหว้แม่ และขอโทษในสิ่งที่เคยทำผิดทำให้แม่เสียใจ พร้อมกับก้มลงกราบเท้าแม่ของเจ้าชาย ตั้งแต่ที่เจ้าชายจำความได้ ในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่พระองค์นั้นได้กราบเท้าแม่ของพระองค์ ณ ช่วงเวลานั้นเพื่อน ๆ ของเจ้าชายต่างก็เข้ามาให้กำลังใจ ทั้งเจ้าหญิงอ้วนดำ เจ้าหญิงเห็ด เจ้าหญิงหมู เจ้าหญิงจิ้งจก เจ้าหญิงก้านกล้วย เจ้าหญิงป้า เจ้าหญิงสีม่วง เจ้าหญิงโลมา เจ้าหญิงซาลาเปา เจ้าหญิงหมูอืด เจ้าชายตาตีบ เจ้าชายไลติว เจ้าชายลิง เจ้าชายเต่า เจ้าชายเซนเดอลอส เจ้าชายดำ เจ้าชายล๊อบเบน ซึ่งทำให้เจ้าชายมีกำลังใจที่ดีขึ้น อีก 2 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้ไปให้อาหารปลาในที่ที่เจ้าหญิงสีฟ้าชอบพาไปตอนที่ยังคบกันอยู่ จากที่เคยหันไปก็เห็นเจ้าหญิงสีฟ้าอยู่เคียงข้าง แต่ในวันนี้หันไปจะได้พบกับความร่าเริงของเจ้าหญิงเห็ด และความซุกซนของเจ้าชายลิง ในขณะที่ให้อาหารปลาอยู่นั้น เจ้าชายสีน้ำเงินได้สังเกตเห็นปลาตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกจนเห็นก้าง เจ้าปลาตัวนี้ทำให้เจ้าชายนั้นได้ตระหนักว่า ขนาดปลามันเจ็บขนาดนี้ มันยังดิ้นรนและคิดที่จะสู้เพื่อมีชีวิตให้รอดอยู่ต่อไป แม้แต่ปลามันยังไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ แล้วทำไมเราจะต้องมายอมแพ้ให้กับความเสียใจเพียงแค่นี้ด้วย เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ให้กับความเสียใจและความเจ็บปวดที่ได้รับ ณ เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้ลุกขึ้นออกจากมุมมืดด้วยลำแข้งที่พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับความเสียใจ เจ้าชายได้กลับมามองเห็นเส้นทางอีกครั้งนึง ถนนนั้นทอดยาวไปไกลมากจนสุดลูกหูลูกตา เจ้าชายสีน้ำเงินได้ก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ถึงแม้ว่าใจของเจ้าชายจะอ้างว้างเพราะในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้าที่คอยเดินเคียงข้างอีกแล้ว แต่เจ้าชายหันหน้าขึ้นมามองหนทางที่อยู่ไกลแสนไกลและออกก้าวเดินเพื่อไปตามหาจุดหมายปลายทาง ในอนาคตข้างหน้าชีวิตของเจ้าชายสีน้ำเงินจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเดินทางโดยไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้า โปรดติดตามและคอยให้กำลังใจเจ้าชายสีน้ำเงินได้ในตอนต่อไป........
ถ้าถามว่า “ ใครที่คอยอยู่เคียงเราตลอดเวลา ” แน่นอนหล่ะ ....... บางคนอาจจะตอบว่าเพื่อน บางคนอาจจะตอบว่าแฟน แต่คนเหล่านั้นกลับหารู้มั้ยว่า.... ความเป็นจริงแล้วแม่ของเราต่างหากที่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็น แต่เราเลือกที่จะมองข้ามมากกว่า…
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น ขอเป็นกำลังใจให้กับคนอกหักทุก ๆ คน ให้สู้กับอ้างว้างและความเหงาที่ได้รับ สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เจ็บปวดและยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของเรา ถึงแม้ในบางครั้งมันอาจจะยากที่เราจะรับไหว แต่เราก็ยังดีกว่าคนที่ได้วิ่งหนีมัน โดยที่ไม่คิดที่จะหันมาสู้กับมันเลย…
************************************************************* 4月4日 The Last memory of Prince (จุดจบของความรัก)The Last memory of Prince จุดจบของความรัก หลังจากที่เจ้าชายสอบเสร็จ เจ้าหญิงสีฟ้าได้โทรมาหาเจ้าชายสีน้ำเงินตามปกติเหมือนวันอื่นๆ แต่ในวันนี้กลับเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ครั้งสำคัญของทั้งคู่ เจ้าหญิงสีฟ้า : ตอนก่อนสอบเห็นบอกว่ามีเรื่องจะถามเค้า เรื่องอะไรเหรอ ? เค้าก็มีเรื่องจะบอกตัวเองเหมือนกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าก็แค่จะถามความมั่นใจเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก ตัวเองมีเรื่องอะไรบอกมาก่อนก็ได้ เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้ารู้สึกว่าเวลาอยู่ห่างๆตัวเอง เค้าจะทำอะไรในสิ่งที่เค้าอยากทำได้มากขึ้นอ่ะ เค้ารู้สึกว่าเค้าอึดอัดเวลาอยู่ใกล้ๆตัวเองเพราะเค้ากลัวว่าถ้าเค้าทำอะไรลงไปแล้วจะไม่ถูกใจตัวเองอ่ะ
ทันทีที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้ยินเจ้าหญิงสีฟ้าพูด เจ้าชายก็แทบจะทรุดลงนะที่นั้น หัวใจของเจ้าชายค่อยๆเต้นช้าลงเรื่อยๆ ราวๆ กับว่าจะหยุดเต้นไปให้ได้ ณ เวลานั้น เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตัวเองทำไมคิดแบบนี้อ่ะ ตอนนี้เรายังเป็นแฟนกันอยู่รึเปล่า เวลาตัวเองจะทำอะไรก็ต้องแคร์ความรู้สึกเค้าบ้างดิ ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำตามใจตัวเอง โดยไม่เคยคิดเลยว่าในสิ่งที่ตัวเองทำนั้นจะทำให้เค้านั้นเสียใจมากแค่ไหน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ไหนลองบอกเค้าซิว่า เรื่องอะไรที่ตัวเองอยากทำแล้วเค้าไม่ให้ทำ เช่น เรื่องไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายสองต่อสองนั่นเหรอ เจ้าหญิงสีฟ้า : เรื่องนั้นมันจบไปตั้งนานแล้วนะ ในบางครั้งเค้าก็แค่อยากอยู่กับเพื่อนๆ เท่านั้นเองอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เวลาตัวเองอยากไปดูหนังหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เค้าก็ไม่เคยห้ามเลยสักครั้ง แค่นั้นยังไม่พออีกเหรอ เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้ารู้สึกว่าตั้งแต่ที่เราทะเลาะกันครั้งนั้น ใจเค้าก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เค้าพยายามทำทุกอย่างแล้วให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่เค้าก็ทำไม่ได้ ตัวเองก็คงเป็นเหมือนกันใช่มั้ย
เสียงของเจ้าหญิงกำลังอ่อยลงเรื่อยๆ น้ำตาของเธอกำลังเริ่มไหลรินออกมา เจ้าหญิงสีฟ้าได้เงียบไปซักพัก ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ทันทีเลยว่าเจ้าหญิงสีฟ้ากำลังร้องไห้ ส่วนเจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่ถอนหายใจออก เสียงของเจ้าชายสีน้ำเงินก็เริ่มที่จะอ่อยลงเรื่อยๆ เช่นกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ไม่... เค้าไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ ตั้งแต่ที่ทะเลาะกันครั้งนั้นเค้าก็พยายามลืมไปหมดแล้ว ไม่เก็บมาคิดอีกแล้ว รู้มั้ยว่าตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งนั้นทำให้เค้ารักตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ นะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าขอถามอะไรหน่อย....ยังรักกันเหมือนที่เคยรักรึเปล่า
เจ้าหญิงสีฟ้าได้เงียบไปซักพัก แล้วจึงได้ให้คำตอบกับเจ้าชายไปว่า เจ้าหญิงสีฟ้า : ถ้าเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้รักตัวเองแล้วหล่ะ...
เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้ยินคำตอบจากเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายถึงกลับกั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาของเจ้าชายนั้นได้ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เจ้าชายไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร หลังจากครั้งสุดท้ายที่เสียน้ำตาให้กับเจ้าหญิงสีม่วง เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าไม่เชื่อที่ตัวเองพูดหรอก....ที่ผ่านมาตัวเองก็ทำเหมือนยังรักกันอยู่เลย แล้ววันวาเลนไทม์ที่บอกว่ารักเค้ามากอ่ะหมายความว่าอะไร ? ถ้าไม่รักแล้วพูดออกมาทำไม ? เจ้าหญิงสีฟ้า : ............. เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าถามอะไรหน่อยดิ ตัวเองชอบรุ่นน้องที่มาจีบตัวเองอีกแล้วใช่มั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าไม่ได้ไปมีคนอื่นเลยนะ ในเวลานี้ตัวเองคงรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นละสิ เค้าอยากบอกเรื่องนี้กับตัวเองตั้งนานแล้วแหละ แต่เค้าก็ไม่อยากให้ตัวเองคิดมาก เพราะตัวเองก็ต้องเตรียมพร้อมกับการสอบ เค้ารู้แต่ว่าตอนนี้ใจเค้าไม่เหมือนเดิมแล้ว. เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าทำผิดตรงไหนอ่ะ ตัวเองคงเบื่อเค้าใช่มั้ยที่เค้าคอยบังคับอย่างนู้นบังคับอย่างนี้ให้ เจ้าหญิงสีฟ้า : ตัวเองไม่ผิดหรอกเค้านี่แหละผิดเอง เค้าขอโทษจริงๆนะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ขอบคุณนะสำหรับ 2 เดือนที่ผ่านมา ที่มาหลอกให้เค้ารัก เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกตัวเองนะ เค้าแค่ไม่อยากให้ตัวเองคิดมากเพราะช่วงนั้นตัวเองก็เครียดกับการสอบ เค้าไม่อยากให้เรื่องนี้มาทำลายอนาคตของตัวเองก็เท่านั้นเอง เจ้าหญิงสีฟ้า : ในเวลานี้เค้าไม่มีคำพูดใดๆ ที่จะบอกกับตัวเองมากไปกว่าคำนี้แล้ว เค้าขอโทษนะ … เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าไม่เป็นไรหรอก....ช่างเหอะ มันคงถึงทางแยกระหว่างเราสองคนแล้ว เจ้าหญิงสีฟ้า : แล้วตัวเองมีเรื่องอะไรจะถามเค้าเหรอ ? เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็ว่าจะถามเรื่องนี้แหละ ว่าตัวเองจะเอายังไง เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าก็ต้องการให้เป็นแบบนี้แหละ ถ้าเรายังคบกันอยู่มันคงเป็นอะไรที่ทรมานกันและกัน ในเวลาที่เราต้องอยู่ไกลกันเค้าก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องมานั่งคิดถึงและได้แต่รอคอยเค้าว่าวันไหนเค้าจะได้กลับมาอีก เค้าไม่อยากให้เป็นแบบเพื่อนเค้า ที่ตอนอยู่ใกล้ๆกันก็รักกันดี แต่พอเมื่อความห่างไกลและเวลาเข้ามาแทนที่ ก็ทำลายทุกๆสิ่งที่เคยมีให้กันและกัน ทั้งความรัก ความคิดถึง ความห่วงใยที่คนทั้งสองมีให้กันจนหมดสิ้น เค้าก็ดีใจนะที่มันเป็นแบบนี้ เจ้าชายสีน้ำเงิน : แล้วตัวเองต้องการจบแบบไหนหล่ะ ขอให้บอกมา.....เค้าจะทำให้ เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าอยากกลับมาคุยกันแบบพี่น้องเหมือนเดิมอ่ะ เวลาเจอหน้ากันก็ทักกันบ้าง เจ้าชายสีน้ำเงิน : อืม...ก้อได้ งั้นเค้าขออะไรหน่อยได้มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : ตัวเองจะขออะไรเหรอ ? เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าไม่อยากใช้คำว่าเลิกอ่ะ ขอให้ใช้คำว่า “ กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ” จะได้มั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อได้ๆ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เราก็กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมละกันนะ เค้าก็ไม่อยากทำแบบว่า พอเจอหน้ากันแล้วต่างฝ่ายต่างทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เจ้าชายสีน้ำเงิน : แล้วเราจาไม่เจอหน้ากันหน่อยเหรอ เจ้าหญิงสีฟ้า : จะเจอวันไหนอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เอาไว้อาทิตย์หน้าละกัน งั้นวันนี้แค่นี้ก่อนละกัน สวัสดีคับ เจ้าหญิงสีฟ้า : ค่ะ....สวัสดีค่ะ
4月2日 The Last memory of Prince (จากรอยยิ้ม....กลายเป็นน้ำตา)The Last memory of Prince จากรอยยิ้ม....กลายเป็นน้ำตา หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์กลับแย่ลงเรื่อยๆ เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าได้ทะเลาะกันมากขึ้น จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าชายสีน้ำเงินของอยู่ห่างๆ จากเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อคิดทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา เมื่อเวลาผ่านไปดูเหมือนว่าทุกๆ อย่างกำลังจะดีขึ้น แต่ก็ดีได้ไม่กี่วันก็กลับมาทะเลาะกันอีกเหมือนเดิม ในช่วงเวลานั้นทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงต่างก็พยายามอดทนเพื่อที่จะให้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย วันไหนที่ทะเลาะกันกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงินมักจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นและขอคำปรึกษาจากเจ้าชายลิง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตลกอยู๋ไม่น้อย เพราะเจ้าชายลิงนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักเท่าใดนัก แต่กระนั้นเจ้าชายลิงก็สามารถที่จะทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นสบายใจขึ้น เจ้าชายลิง : กูก้อไม่รู้จะให้คำปรึกษามึงยังไงหว่ะ แต่ปัญหาทุกอย่างมันต้องมีทางแก้ ช่วงนี้มึงต้องใจเย็นก่อน เจ้าชายสีน้ำเงิน : แค่รู้ว่าจะช่วยเค้าก็ดีใจแล้ว อย่างน้อยได้ละบายให้ฟังก็สบายใจขึ้นเยอะเลยหว่ะ ขอบใจมากๆ นะเพื่อนที่ช่วยรับฟัง เจ้าชายลิง : เพื่อความสุขของเพื่อน....กูยินดีรับฟัง เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าได้ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันหนึ่งซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ทะเลาะกันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองต่างใกล้ที่จะหมดความอดทนต่อกันและกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตัวเองรู้ตัวรึเปล่าว่า....ตัวเองอ่ะเปลี่ยนไปมากๆ เลย ตัวเองทำเหมือนไม่แคร์เค้าเลยนะรู้มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าไม่เคยเปลี่ยนหรอกนะ คนที่เปลี่ยนน่าจะเป็นตัวเองมากกว่า เจ้าหญิงสีฟ้า : ในบางครั้งเค้าก็รู้สึกว่าตัวเองทำเหมือนกับว่าต้องการจะล้างแค้นเค้า เหมือนกับที่เค้าเคยทำไว้กับตัวเอง เจ้าชายสีน้ำเงิน : ทำไมคิดยังงี้อ่ะ...ตัวเองคิดว่าทุกอย่างที่เค้าทำเพื่อตัวเอง ก็เพราะจะล้างแค้นเหรอ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าเสียใจนะที่ได้ยินตัวเองพูดอย่างนี้ ....ทุกอย่างที่เค้าทำไปก็เพราะรักตัวเองนะรู้มั้ย เจ้าชายสีน้ำเงินได้หันหน้าหนีออกจากเจ้าหญิงสีฟ้า เพราะเจ้าชายไม่อยากให้เจ้าหญิงนั้นรู้ว่าคำพูดของเจ้าหญิงนั้นกำลังทำร้ายคนที่รักเจ้าหญิงมากอย่างไม่รู้ตัว ด้วยคำพูดที่ทิ่มแทงใจนี้เองทำให้เจ้าชายถึงกับน้ำตาเอ่อล้นเต็มดวงตา เจ้าชายสีน้ำเงินพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างถึงที่สุด ส่วนเจ้าหญิงสีฟ้าเมื่อได้ยินที่เจ้าชายพูดถึงกับน้ำตาไหลรินอย่างไม่ขาดสาย เจ้าชายจึงหันหน้ามาหาเจ้าหญิงเพื่อซับน้ำตาให้กับเจ้าหญิง เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตัวเองยังรักกันเหมือนเดิมรึเปล่า เจ้าหญิงสีฟ้า : ถ้าครั้งนี้เค้าตอบว่าไม่แน่ใจหล่ะ...ตัวเองจะว่ายังไง เจ้าชายสีน้ำเงิน : งั้นเค้าจะให้เวลากลับไปคิดแล้วกันนะ อีก 2 วันค่อยมาให้คำตอบละกัน ในวันต่อมาเพื่อนๆของเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ว่าเจ้าชายนั้นกำลังทะเลาะกับเจาหญิงสีฟ้า จึงได้เข้ามาช่วยเหลือและให้กำลังใจเจ้าชาย เจ้าหญิงหมู : ช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ ยังทะเลาะกันบ่อยรึเปล่า เจ้าชายสีน้ำเงิน : ช่วงนี้ก็ทะเลาะกันบ่อยมากๆเ ลย เค้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปแล้ว ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นเจ้าหญิงป้า เจ้าหญิงโลมา เจ้าหญิงเห็ด เจ้าหญิงชมพู่ เจ้าหญิงก้านกล้วย ก็เดินมาเข้าร่วมการสนทนา เจ้าหญิงโลมา : สีน้ำเงินๆ มีเรื่องไรเหรอ ไม่เห็นเล่าให้เค้าฟังเลย เจ้าหญิงป้า : ช่ายๆ ไม่ยอมบอกเพื่อนเลยนะ เจ้าหญิงก้านกล้วย : สีน้ำเงินๆ แล้วเรื่องน้องสีฟ้าเป็นไงบ้าง ดีกันรึยัง ? เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนๆของเจ้าชายฟัง เจ้าชายสีน้ำเงิน : ต่อให้รักน้องสีฟ้ามากแค่ไหน ถ้าความอดทนของเค้าหมดลงทุกอย่างก็คงต้องจบลงไปด้วย เจ้าหญิงจิ้งจก : แกๆ ถ้าแกเลิกกับเจ้าหญิงสีฟ้า ช้านตีแกตายแน่เลย เจ้าหญิงชมพู่ : ใจเย็นๆก่อนนะสีน้ำเงิน เจ้าหญิงเห็ด : สีน้ำเงินคงรักน้องสีฟ้ามากๆ เลยละดิ สู้ ๆ นะสีน้ำเงิน เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงคนไหนมากขนาดนี้เลย เจ้าหญิงก้านกล้วย : จะมีเจ้าชายซักกี่คนนะที่จะเหมือนสีน้ำเงินอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็เจ้าชายเซนเดอลอสไง.....ทั้งนิสัยดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ แล้วยังโรแมนติกอีกด้วย เมื่อถึงวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินนัดที่จะเอาคำตอบจากเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : พร้อมที่จะให้คำตอบแล้วเหรอ....ยังรักกันเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าก้อ...คงยังรักตัวเองเหมือนเดิมนั่นแหละ เจ้าชายสีน้ำเงิน : งั้นครั้งนี้เค้าขอตัดสินใจละกัน.....เค้ายังไม่อยากเลิกอ่ะ เจ้าหญิงสีฟ้า : แล้วถ้าทะเลาะกันอีกหล่ะ ครั้งหน้าเค้าขอตัดสินใจละกันนะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เรื่องนี้ก็แล้วแต่อนาคตแล้วกัน แล้วทั้งคู่ก็กลับมาคบกันเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น และอดทนต่อสิ่งต่างๆ ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มรู้สึกว่าเจ้าหญิงสีฟ้านั้นเปลี่ยนไปมาก ทั้งความเอาใจใส่และความห่วงใย ค่อย ๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ในเวลานั้นเจ้าชายพยายามไม่นำสิ่งเหล่านี้มาคิด “ เราคงคิดมากไปเองนั่นแหละ เค้าก็ยังคงรักเราเหมือนเดิมนั่นแหละ ”.....ความคิดเจ้าชายสีน้ำเงิน เมื่อถึงวันวาเลนไทม์ เจ้าชายสีน้ำเงินได้เตรียมแหวนไว้ให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า เมื่อทั้งคู่ได้พบหน้ากัน เจ้าชายได้เดินตรงไปหาเจ้าหญิงเพื่อสวมแหวนให้ ทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงได้แต่สบตากัน แล้วก็ส่งยิ้มให้กันและกันด้วยความเขิน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ในเวลานี้เค้าไม่มีคำไหนๆ ที่อยากจะบอกกับตัวเองเท่ากับคำๆนี้อีกแล้ว.....เค้ารักตัวเองนะ เจ้าหญิงสีฟ้า : ขอบคุณนะคะสำหรับแหวน เค้าก็อยากบอกว่า เค้ารักตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ที่ผ่านมาเค้าไม่เคยขออะไรจากตัวเองเลยสักครั้ง ครั้งนี้เค้าขออะไรหน่อยได้มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : จะขออะไรเหรอ.... เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าจะไม่ขอให้ตัวเองรักเค้ามากหรอกนะ แต่เค้าจะขอให้ตัวเองรักเค้านานๆจะทำให้ได้มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : ก็ได้ๆ เค้าจะทำตามที่ตัวเองขอละกันนะ ในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้ไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาท ในระหว่างทางที่ไปส่งเจ้าหญิงได้ใช้ศีรษะพิงหลังของเจ้าชาย เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้ารักตัวเองนะที่รัก… เจ้าชายสีน้ำเงิน : ….
3月30日 The Last memory of Prince (จะเกิดอะไรขึ้นกับความรัก…เมื่อเจอกับมือที่สาม)The Last memory of Prince จะเกิดอะไรขึ้นกับความรัก…เมื่อเจอกับมือที่สาม เมื่อถึงวันเกิดของเจ้าชายสีน้ำเงิน เจ้าหญิงสีฟ้าได้นำของขวัญพร้อมกับคำอวยพรให้กับเจ้าชายสีน้ำเงิน พร้อมกันนั้นเจ้าหญิงยังได้ขอให้เจ้าชายนั้นรักพระองค์ให้มากๆ เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้สัญญากับเจ้าหญิงสีฟ้าว่าจะทำตามที่เจ้าหญิงได้ขอไว้ หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา ในวันหนึ่งระหว่างที่ทั้งคู่ได้นั่งคุยกันอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์โทรมาหาเจ้าหญิง เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว ด้วยความข้องใจเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ถามเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : ใครโทรมาเหรอ ? โทรมาทำไมอ่ะ ? เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อ....เจ้าชายสามรุ่นน้องที่รู้จักโทรมาเล่นด้วยเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อเวลาผ่านไปได้สักครู่ก็มีข้อความจากเจ้าชายสามโดยมีใจความว่า “ ทำอะไรอยู่ ....คิดถึงจังเลย ” เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินเห็นข้อความของเจ้าชายสามที่ส่งให้เจ้าหญิงสีฟ้า จึงทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มที่จะโมโห เจ้าชายสีน้ำเงิน : ทำไมตัวเองไม่บอกเค้าอ่ะ เราก็สัญญากันแล้วนี่ถ้ามีอะไรให้บอกกันไง แต่ทำไมตัวเองกลับมาปิดบังเค้าหล่ะ เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าขอโทษ ก้อ....เค้ากลัวตัวเองจะโกรธเค้าอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตัวเองก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบทำอะไรแล้วไม่ยอมคิดถึงผลที่ตามมา แล้วไม่เคยคิดเหรอว่าถ้าเค้ามารู้ทีหลังเค้ายิ่งจะโกรธมาก เจ้าชายสีน้ำเงิน : เจ้าชายสามโทรมานานยัง โทรมาบ่อยมั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อเพิ่งโทรมา ไม่ค่อยโทรมาบ่อยเท่าไหร่หรอก.... เจ้าชายสีน้ำเงิน : กล้าใช่คำว่าคิดถึง มันคงไม่ได้โทรมาเล่นด้วยแล้วล่ะมั้ง ในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้โมโหให้กับเจ้าหญิงสีฟ้ามากจึงได้ขี่รถหนีเจ้าหญิงไป ในวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นไปถามเพื่อนๆของเจ้าหญิงสีฟ้า เพื่อนของเจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดเจ้าหญิงสีฟ้ามาคุยกัน ทั้งคู่จึงได้ไปหาที่นั่งเงียบ คุยกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : เจ้าชายสามโทรมานานแล้วใช่มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อเดือนนึงได้แล้วหล่ะมั้ง เจ้าชายสีน้ำเงิน : แล้วคุยกันเรื่องอะไรบ้างหล่ะ เจ้าชายสามโทรมาจีบด้วยใช่มั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อ.....คุยกันแบบหนุ่มสาวจีบกันนั้นแหละ เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงิน ได้ยินคำตอบของเจ้าหญิงสีฟ้าพระองค์ได้เสียใจกับคำตอบนั้นเป็นอย่างมาก เจ้าชายสีน้ำเงินทำได้แต่ถอนหายใจออกพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น ส่วนเจ้าหญิงนั้นได้แต่ก้มหน้าพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นเต็มดวงตาของ ๆ เธอ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตอนอยู่ที่โรงเรียนเจ้าชายสามได้โทรมาหามั้ย เจ้าหญิงสีฟ้า : อืม.....ไม่เคยอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : นี่ตัวเอง....จะโกหกกันไปถึงไหน อ่ะ เพื่อนตัวเองบอกเค้ามาหมดแล้วรู้มั้ย ในเวลานี้ไม่มีอะไรต้องปิดกันแล้ว มีอะไรก็บอกมาให้หมด เค้าขอถามคำถามสุดท้ายละกัน ตัวเองได้หวั่นไหวให้กับเจ้าชายสามใช่มั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้า : เจ้าชายสามเคยถามว่าจะเลือกใครระหว่างเจ้าชายสามกับเจ้าชายสีน้ำเงิน เค้าก้อตอบว่าเลือกตัวเองนั่นแหละ ส่วนเรื่องหวั่นไหวเค้ายอมรับว่าเค้าหวั่นไหว ตัวเองๆ เค้าขอโทษจิงๆนะ เค้าผิดไปแล้ว หลังจากพูดเสร็จน้ำตาของเจ้าหญิงก็ค่อยๆไหลรินเป็นสายผ่านแก้มอันบอบบางของเธอ เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้หันหน้ากลับไปซับน้ำตาให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าถามอะไรหน่อยละกัน....ยังรักกันเหมือนเดิมมั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าก็ยังรักตัวเองเหมือนเดิมนั่นแหละ และก็รักมากๆด้วย เจ้าชายสีน้ำเงิน : ครั้งนี้เค้าจะให้อภัยตัวเองละกัน แต่เค้าขอเวลาให้เค้าได้ทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนนี้เค้ายอมรับเลยว่า...เค้ายังทำใจไม่ได้ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น งั้นเรามาดีกันนะ เจ้าชายสีน้ำเงินได้ยื่นนิ้วก้อยไปด้วยกบเจ้าหญิงพร้อมกับส่งยิ้มให้ เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าเห็นจึงได้นำนิ้วก้อยของเธอมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจ้าชาย พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตา...
3月28日 The Last memory of Prince (บทพิสูจน์ของคำว่ารัก)The Last memory of Prince บทพิสูจน์ของคำว่ารัก ในเช้าวันหนึ่งเจ้าชายสีน้ำเงินได้ขับรถมาโรงเรียนตามปกติ ขณะที่เจ้าชายกำลังจะเลี้ยวรถเข้าโรงเรียนก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น มีรถคันหนึ่งได้พุ่งมาด้วยความเร็วสูงชนรถของเจ้าชายสีน้ำเงิน ทำให้ร่างของเจ้าชายได้ลอยระลิ่วกระเด็นออกจากรถและได้ไถลไปกับพื้น พร้อมกันนั้นศีรษะของเจ้าชายก็กระแทกกับพื้นถนน ในเวลานั้นภาพที่เกิดในตาของเจ้าชายนั้นเห็นแต่ความมืดมิดไปหมด ทั้งๆที่เจ้าชายยังลืมตาอยู่ เจ้าชายพยายามที่จะขยับตัวแต่ก็ขยับตัวไม่ได้เลย เมื่อยามเห็นจึงได้รีบวิ่งเข้าไปช่วยเจ้าชาย และบังเอิญมีเพื่อนของเจ้าหญิงสีฟ้าผ่านมาเห็นจึงได้รีบโทรหาเจ้าหญิงสีฟ้า ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหญิงสีฟ้ากำลังนั่งทำงานอยู่ เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ารู้ว่าเจ้าชายนั้นโดนรถชนอยู่ข้างโรงเรียน ด้วยความเป็นห่วงเจ้าชายเจ้าหญิงจึงรีบทิ้งปากกาในทันที และได้วิ่งไปหาเจ้าชายพร้อมกับเพื่อนๆของเจ้าหญิง จนลืมหยิบทั้งงานและกระเป๋าเรียน ที่วางอยู่บนโต๊ะ ในเวลานั้นเจ้าหญิงสีฟ้าไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากการรีบมาดูอาการของเจ้าชาย ในขณะนั้นรถโรงพยาบาลก็ได้มารับเจ้าชายสีน้ำเงิน เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้ขึ้นรถไปพร้อมกับเจ้าชายสีน้ำเงิน ในระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลเจ้าหญิงได้นั่งอยู่ข้างๆ คอยดูแลเจ้าชาย เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่มองหน้าของเจ้าหญิงสีฟ้า ใบหน้าของเจ้าหญิงทำให้เจ้าชายสามารถยิ้มได้ทั้งๆที่ในเวลานั้นจ้าชายเจ็บแผลอย่างมาก เจ้าหญิงสีฟ้า : ตัวเองคงเจ็บมากเลยละดิ เจ็บตรงไหนบ้างอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เจ็บที่ศอกมากๆเลย แต่ก้อ....คิดถึงมากกว่าอ่ะ เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าได้ยินดังนั้น เจ้าหญิงจึงได้ยิ้มให้เจ้าชายสีน้ำเงินและตอบกลับไปว่า เจ้าหญิงสีฟ้า : นี่ๆ... เจ็บขนาดนี้ก้อยังจาพูดอยู่เนาะ เค้าก็คิดถึงตัวเองเหมือนกันแหละ เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ส่งยิ้มให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าหญิงสีฟ้า : ยิ้มอารายอ่ะตัวเอง...? เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็...เค้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเราทั้งคู่จะมาตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้เลย แต่เค้าก็ดีใจนะที่วันนี้ทำให้เค้าได้รู้ว่าตัวเองก็เป็นห่วงเค้ามาก ถึงขนาดที่ได้ตามขึ้นรถมาอยู่ข้างๆ เพื่อคอยดูแลเค้า เมื่อถึงโรงพยาบาลเจ้าชายได้นอนเตียงเข็นและถูกเข็นเข้าไปในห้องทำแผล หลังจากที่เจ้าชายทำแผลเสร็จแล้ว เจ้าหญิงสีฟ้า : กลับบ้านไปก็อย่าลืมกินยาและทายาที่แผลนะคะ พักผ่อนมากๆละกันนะที่รัก เค้าเป็นห่วงตัวเองมากๆ เลยนะรู้มั้ย ดูแลตัวเองดีๆนะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ทำไมไม่ไปดูแลเค้าที่บ้านเลยหล่ะ.... ขอบคุณมากๆเลยนะที่วันนี้มาคอยดูแลเค้า เจ้าหญิงสีฟ้า : ถ้าไปได้เดี๋ยวก็ไปจริงๆหรอก งั้นเค้าไปเรียนก่อนนะ... อย่าลืมที่เค้าบอกละกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ครับคุณแม่....สั่งเยอะจังเลยนะ หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มที่จะรู้สึกว่าใจของพระองค์นั้นเริ่มที่จะรักเจ้าหญิงสีฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจที่จะเหลือที่ว่างในหัวใจให้เจ้าหญิงคนใดอีกแล้ว ทั้งความรักและเวลาทั้งหมดของเจ้าชายสีน้ำเงินได้มอบให้เจ้าหญิงสีฟ้าไปหมดแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเจ้าชายสีน้ำเงินไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงคนไหนมากไปกว่าเจ้าหญิงสีฟ้าเลย ในวันหนี่งขณะที่เจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้านั่งรอดูหนังอยู่นั้น เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปถามเจ้าชายสีน้ำเงิน และขอให้เจ้าชายได้เล่าเรื่องเจ้าหญิงองค์อื่นๆตั้งแต่ที่เจ้าชายเคยคบมา เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้เล่าเรื่องให้เจ้าหญิงสีฟ้าฟังทั้งหมด เจ้าหญิงสีฟ้า : จากที่ฟังมาตัวเองคงรักเจ้าหญิงสีม่วงมากที่สุดเลยละดิ เพราะครั้งนั้นทำให้ตัวเองต้องร้องไห้ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่เคยร้องไห้ใครมาก่อนเลย ได้เลิกกันทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่เลยมันคงเจ็บมากๆ เลยสินะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ในช่วงนั้นเหรอ.....เค้าก็ยอมรับเลยว่าเสียใจมากๆที่ต้องเลิกกับเจ้าหญิงสีม่วงทั้งๆที่ยังรักกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : แล้วตัวเองคิดว่าในเวลานี้เค้ารักเจ้าหญิงองค์ไหนมากที่สุดหล่ะ ? เจ้าหญิงสีฟ้า : ก็ต้องเป็นเจ้าหญิงสีม่วงนั่นแหละ เพราะตั้งแต่คบกันมาตัวเองก็ไม่เห็นจะเคยร้องไห้ให้เค้าสักครั้งเลยอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ...... เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่นั่งเงียบและไตร่ตรองในสิ่งที่เจ้าหญิงสีฟ้าพูด และเมื่อถึงเวลาทั้งคู่จึงได้เข้าไปดูหนังด้วยกัน
3月26日 The Last memory of Prince (เมื่อความรักต้องเจออุปสรรค)The Last memory of Prince เมื่อความรักต้องพบกับอุปสรรค หลังจากที่ช่วงเวลาที่ปิดเทอมอันแสนสั้นได้ผ่านไปแล้ว ช่วงเวลาของการเปิดเทอมซึ่งเป็นช่วงเวลาของการได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ในช่วงนี้ก็มีกิจกรรมสำคัญก็คือ การรับน้อง ซึ่งเจ้าชายดำได้ชวนเจ้าหญิงสีฟ้าไปด้วยทั้งๆที่เจ้าหญิงนั้นเป็นรุ่นน้องที่อยู่คนละห้องกัน เจ้าหญิงสีฟ้าจึงจะไปด้วย ซึ่งในตอนแรกเจ้าชายสีน้ำเงินคิดว่าเจ้าหญิงสีฟ้าได้พูดเล่น แต่พอรถจะออกเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้ขึ้นรถมากับเจ้าชายและพวกเพื่อนๆ ตอนขาไปเจ้าชายสีน้ำเงินก็หยอกล้อกับเจ้าหญิงสีฟ้า แต่พอขากลับเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้ากับทะเลาะกัน ในวันนั้นเป็นวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นได้ทะเลาะกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ครบกันมา พร้อมกันนั้นยังเป็นวันแรกที่เจ้าชายสีน้ำเงินทำให้เจ้าหญิงสีฟ้าต้องร้องไห้ เพียงเพราะเจ้าชายน้อยใจให้เจ้าหญิงที่ไม่ยอมคุยด้วยกลับพระองค์แต่เจ้าหญิงกลับไปคุยกับรุ่นน้องของเจ้าชาย ทั้งๆที่เจ้าหญิงนั้นก็ทำตัวปกติแต่เจ้าชายนั้นก็คิดมากไปเอง เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ยอมรับผิดและได้ตามขอโทษเจ้าหญิงตลอดทางที่เดินกลับ เมื่อกลับมาถึงที่โรงเรียน ทั้งคู่จึงได้หาที่เงียบๆ นั่งคุยกันเพื่อปรับความเข้าใจกัน เจ้าชายสีน้ำเงิน : ตัวเองสัญญากับเค้าได้มั้ยว่าจะไม่ร้องไห้ให้เค้าอีก เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าไม่รับปากนะว่าจะร้องไห้ให้ตัวเองอีก เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าคงเป็นคนนิสัยไม่ดีมากเลยใช่มั้ยถึงทำให้ตัวเองต้องร้องไห้ เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่หรอก เค้าคงเป็นคนขี้แยเองแหละ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เรื่องวันนี้เค้าขอโทษละกันนะ เค้าก็แค่หวงตัวเองก็เท่านั้นเอง.... เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าก็รู้สึกดีนะที่ตัวเองหวงเค้า เพราะทำให้เค้าได้รู้ว่าตัวเองนั้นก็รักเค้า ถ้าไม่รักคงไม่หวงหรอกจริงมั้ย
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้เข้าใจกันและกันมากขึ้น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ได้มีญาติของเจ้าหญิงได้ไปฟ้องแม่ของเจ้าหญิงว่า เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นมีความประพฤติที่ไม่ดี หลังจากวันนั้นแม่ของเจ้าหญิงก็ค่อยชอบเจ้าชายเท่าไหร่นัก ในเวลานั้นทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ได้แต่มองตากันและพูดว่า “ เราจะทำยังไงดี ” แต่สุดท้ายเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้ แต่อุปสรรคของความรักก็ยังไม่หมดไป ราวกับว่าพายุฝนได้โหมกระหน่ำจนเจ้าชายยากที่จะรับไหว เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้รับโทรศัพท์สายสำคัญ ผู้ที่โทรมานั่นก็คือ น้าของเจ้าชายสีน้ำเงิน โดยน้าของพระองค์ได้รู้ว่าพระองค์นั้นกำลังคบกันกับเจ้าหญิง น้าของพระองค์จึงได้ยื่น ข้อแรกเปลี่ยนโดยจะให้พระองค์นั้นคบกับเจ้าหญิงต่อไปถ้าการเรียนของเจ้าชายดีขึ้น ในครั้งนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้ปิดบังเรื่องนี้ไว้ โดยพระองค์ไม่ยอมบอกเจ้าหญิงสีฟ้า เพราะเจ้าชายสีน้ำเงินคิดว่าถ้าเจ้าหญิงสีฟ้ารู้คงต้องคิดมาก ณ ช่วงเวลานั้นพระองค์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครบกับเจ้าหญิงต่อไป เจ้าชายไม่ต้องการที่จะสูญเสียเจ้าหญิงสีฟ้าไป เจ้าชายสีน้ำเงินได้หนีเรียนเพื่อกลับบ้านไปเตรียมตัวในการสอบ จนทำให้เพื่อนบางคนมาต่อว่าในการกระทำเจ้าชาย แต่ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเพื่อนของพระองค์ไม่ได้รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่พระองค์ต้องทำเช่นนั้น มีแต่เจ้าชายลิงและเจ้าหญิงจิ้งจกที่รู้เรื่องในครั้งนี้ ทั้งเจ้าชายลิงและเจ้าหญิงจิ้งจกต่างก็เข้าใจถึงความรู้สึกของเจ้าชาย และคอยให้กำลังใจเจ้าชายอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลการเรียนของเจ้าชายออกมาดี เจ้าชายจึงได้บอกให้เจ้าหญิงรู้ในเรื่องที่ตนได้ปิดบัง หลังจากที่เจ้าหญิงได้ฟังเจ้าชายเล่าจนจบ เจ้าหญิงสีฟ้า : ทำไมไม่ยอมบอกเค้าตั้งแต่แรกล่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็...เค้าไม่อยากให้ตัวเองต้องคิดมากนี่ เจ้าหญิงสีฟ้า : ตัวเองต้องทำขนาดนี้เพื่อเค้าเลยเหรอ เจ้าชายสีน้ำเงิน : ที่เค้าทำไปก็เพราะเค้าไม่อยากเสียตัวเองไปนี่ ช่างเหอะมันผ่านไปแล้ว นี่ๆ เค้ามีไรจาบอก เจ้าหญิงสีฟ้า : มีเรื่องอะไรเหรอ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้ารักตัวเองนะ เจ้าหญิงพยายามที่จะหุบยิ้ม แต่ก็กลั้นไม่ได้ สีหน้าของเจ้าหญิงเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับหันไปสบตากับเจ้าชาย เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าก็รักตัวเองเหมือนกันแหละ ด้วยความเขินเจ้าหญิงจึงแกล้งหันหน้าไปทางอื่น ในวันนั้นเป็นวันแรกที่เจ้าชายได้บอกรักเจ้าหญิงและเจ้าหญิงได้บอกรักเจ้าชาย
3月24日 The Last memory of Prince (ความรักของเจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้า)The Last memory of Prince ความรักของเจ้าชายสีน้ำเงิน และเจ้าหญิงสีฟ้า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวระยะเวลาในตอนกลางคืนได้ยาวนานยิ่งขึ้น ดูเหมือนว่าทุกๆอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง แม้แต่ธรรมชาติก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงนับภาษาอะไรกับความผูกพันของมนุษย์ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับเวลา ยิ่งนับวันเจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าเริ่มที่จะผูกพันกันมากขึ้น ทั้งคู่ค่อยๆเริ่มที่จะปรับตัวเข้าหากันและได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์จากคำว่า “พี่กับน้อง” ให้เป็นคำว่า “แฟน” ในครั้งแรกเจ้าชายรู้สึกลำบากใจเพราะเจ้าหญิงยังเกรงใจเจ้าชายอยู่ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าชายอายุมากว่าเจ้าหญิงถึง 2 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปความกังวลเหล่านั้นของพระองค์ก็เริ่มจางหายไป ในทุกๆวันหลังเรียนเจ้าชายสีน้ำเงินจะนัดพบกับเจ้าหญิงสีฟ้า แล้วทั้งคู่ก็นั่งคุยกันตามประสาคนที่เป็นแฟนกัน ในช่วงนั้นไม่ได้มีแต่คู่ของเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีคู่ของเจ้าชายเซนเดอลอสกับเจ้าหญิงก้านกล้วย คู่ของเจ้าชายไลท์ติวกับเจ้าหญิงจิ้งจก คู่ของเจ้าชายดำกับเจ้าหญิงหมู คู่ของเจ้าชายตาตีบกับเจ้าหญิงจุ๊มุ๊ คู่ของเจ้าชายหมา คู่ของเจ้าชายลอบเบน คู่ของเจ้าหญิงสามล้อ และอีกหลายคู่ที่ไม่ได้กล่าวถึง ในเวลานั้นในห้องเรียนของเจ้าชายสีน้ำเงินเป็นห้องแห่งความรักก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มสาว ความรักของศิษย์กับครู ความรักระหว่างเพื่อน ซึ่งช่วง ณ เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เจ้าชายมีความสุขมาก เมื่อเวลาผ่านไปลมหนาวได้เข้ามาเยือนซึ่งพัดมาอย่างไม่ขาดสาย และอุณหภูมิก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ความหนาวนั้นกำลังซาบซ่านเข้าสู่หัวใจ แต่ความหนาวนั้นก็มิอาจทำอะไรเจ้าชายสีน้ำเงินได้เลย พระองค์กลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าหญิงสีฟ้าได้เติมเต็มความรักที่ขาดให้ไปของพระองค์ให้เต็มเปี่ยม เจ้าหญิงได้เข้ามาทำให้เจ้าชายพ้นจากความเหงาและความอ้างว้าง ในช่วงเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินมีความสุขมากที่มีเจ้าหญิงสีฟ้าคอยดูแลและเป็นห่วงอยู่เสมอ เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไปฤดูร้อนก็เข้ามาแทนที่ ณ เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนนั้นปิดเทอมเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้ไปหาเจ้าหญิงสีฟ้าทุกวัน เริ่มที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้นจนแม่ของเจ้าหญิงสีฟ้ารู้แต่แม่ของเจ้าหญิงสีฟ้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้พาเจ้าชายสีน้ำเงินเข้าไปปราสาทเพื่อไปไหว้แม่ของเธอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนคำว่าพี่กับน้องไม่มีอีกต่อไป...
เจ้าหญิงสีฟ้า : วันนี้เค้าอยากไปออกกำลังกาย ตัวเองจะไปด้วยกันมั้ย ? เจ้าชายสีน้ำเงิน : คิดยังไงถึงไปอ่ะ ? เจ้าหญิงสีฟ้า : เค้าว่าจะไปลดหุ่นอ่ะช่วงปิดเทอมไม่มีอะไรทำ มีแต่กินอย่างเดียว สงสัยเค้าจะอ้วนขึ้นอ่ะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าไม่เห็นว่าตัวเองจะอ้วนขึ้นเลย เค้าว่าตัวเองน่าจะไปลดขนาดหน้ามากกว่านะ ในขณะที่เจ้าชายสีน้ำเงินพูดไปหัวเราะไปด้วยนั้น เจ้าหญิงสีฟ้าได้ยินจึงใช้อันบอบบางตีที่แขนของเจ้าชายอย่างนิ่มนวล เจ้าหญิงสีฟ้า : เดี๊ยะๆ ชอบว่าแต่เค้า จำไว้เลยนะ เจ้าชายสีน้ำเงิน : เค้าล้อเล่นนะที่รัก
แล้วทั้งคู่ก็ได้ไปวิ่งออกกำลังกายด้วยกัน ในขณะที่วิ่งอยู่นั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้วิ่งไปยิ้มไป เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปถามเจ้าชาย
เจ้าหญิงสีฟ้า : ตัวเองเป็นอะไรมากรึเปล่าอ่ะ ? วิ่งไปแล้วก็ยิ้มไป เจ้าชายสีน้ำเงิน : เปล่า...เค้าไม่ได้เป็นไร ตอนนี้เหมือนกับว่าเค้าฝันไปเลยอ่ะ เพราะทุกครั้งที่มาวิ่งเค้าก็ได้แต่วิ่งตามหลังตัวเองทำได้แค่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง แต่ในวันนี้เรากลับได้มาวิ่งคู่กัน เค้าก็อยากบอกว่าเค้ารู้สึกดีใจมากๆเลยนะที่มีโอกาสได้อยู่ข้างๆ ตัวเอง
เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่อมยิ้มและวิ่งต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปขาเจ้าชายก็เริ่มเป็นตะคริวเจ้าชายจึงขอให้เจ้าหญิงได้นั่งพักก่อน หน้าของเจ้าชายก็เริ่มมีเหงื่อออกเจ้าหญิงจึงนำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อให้กับเจ้าชาย ในเวลานั้นเองทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินประทับใจเจ้าหญิงสีฟ้ามาก หลังจากที่เจ้าชายหายเป็นตะคริวแล้ว เจ้าชายสีน้ำเงินจึงชวนเจ้าหญิงสีฟ้าวิ่งต่อ เมื่อวิ่งเสร็จเจ้าชายสีน้ำเงินจึงไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาทพร้อมกับความทรงจำดีๆที่ได้จากเจ้าหญิงสีฟ้า
3月22日 The Last memory of Prince (ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน)The Last memory of Prince ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้นัดพบกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้เตรียมใจไว้สำหรับคำตอบที่จะได้รับจากเจ้าหญิงสีฟ้า เพราะเจ้าชายนั้นกลัวจะผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับ ซึ่งเจ้าชายก็รู้ตัวดีว่าเจ้าชายนั้นไม่คู่ควรกับเจ้าหญิงสีฟ้าเลยสักนิด เจ้าหญิงสีฟ้าทั้งน่ารักและอัธยาศัยดีจนทำให้มีเจ้าชายจากเมืองอื่นๆ มากมายมาชอบเจ้าหญิงสีฟ้า หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้เลิกเรียนแล้วจึงได้ไปนั่งรอเจ้าหญิงสีฟ้า เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ามาถึง เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้เริ่มสนทนากับกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : พร้อมที่จะให้คำตอบแล้วเหรอคับ ? เจ้าหญิงได้แต่อมยิ้ม และหันไปสบตากับเจ้าชาย เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อ...ไม่รู้จาตอบยังไงดี เพราะจำคำถามไม่ได้แล้ว เมื่อวานพี่ถามว่าอะไรนะคะ ? เจ้าชายสีน้ำเงิน : ( *_*!) เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก้อถามว่าน้องสีฟ้าคิดยังไงกับพี่อ่ะ งั้นถามตรงๆเลยก็ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ? เจ้าหญิงสีฟ้า : อืม...คำถามนี้ตอบยากจังเลย เจ้าชายสีน้ำเงิน : งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าชอบให้พยักหน้า ถ้าไม่ชอบก็ให้ส่ายหน้าดีมั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อได้ค่ะ
เจ้าหญิงสีฟ้านั่งนิ่งไปซักพัก และหันไปสบตาเจ้าชายสีน้ำเงินอีกครั้ง สีหน้าของเจ้าหญิงเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นเองเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้พยักหน้าให้กับเจ้าชายสีน้ำเงิน แล้วรีบวิ่งหนีเจ้าชายไปปล่อยให้เจ้าชายนั้นนั่งอึ้งกับคำตอบที่ได้รับจากเจ้าหญิง เมื่อเจ้าชายได้สติจึงได้รีบวิ่งตามเจ้าหญิงไป หลังจากที่เจ้าชายได้วิ่งตามเจ้าหญิงทัน เจ้าชายได้ถามเจ้าหญิงว่า...
เจ้าชายสีน้ำเงิน : เมื่อกี้ตอบว่าอะไรนะ พอดีดูไม่ทัน ช่วยตอบใหม่อีกครั้งได้มั้ย ? เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปตอบกับเจ้าชายสีน้ำเงินพร้อมกับส่งรอยยิ้ม ในขณะนั้นหน้าของเจ้าหญิงก้อยังคงแดงเช่นเดิม เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่ตอบแล้วแหละ เวลาที่เจ้าหญิงเขินน่ารักมากๆเลย….ความคิดเจ้าชาย
หลังจากนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาท ในคืนนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้แต่นอนยิ้มทั้งคืนเพราะคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ หลังจากวันนั้นอีก 1 อาทิตย์ต่อมา เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดกับเจ้าหญิงสีฟ้าเพราะมีเรื่องที่สำคัญจะพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า ทั้งคู่ได้ไปหาที่นั่งที่เงียบๆ คุยกัน เจ้าชายนั่งเงียบพร้อมกับสบตาเจ้าหญิง เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าชายจึงหันไปถามเจ้าหญิง เจ้าชายสีน้ำเงิน : เรา...เป็นแฟนกันนะ สีหน้าของเจ้าชายเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเจ้าหญิงก็ได้หันไปถามพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่เจ้าชาย
เจ้าหญิงสีฟ้า : เป็นดีมั้ยอ่ะ ? เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็แล้วแต่สีฟ้าละกันนะ หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินพูดจบ พระองค์จึงได้หันหน้าไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาของเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าหญิงสีฟ้า : งั้นเป็นก้อได้
เมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าหญิง เจ้าชายจึงค่อยๆหันหน้ามาหาเจ้าหญิงพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจ ในเวลานั้นก็มีลมพัดพาเอาดอกไม้ที่อยู่บนต้นไม้ลอยลงมาตกต่อหน้าเจ้าชายและเจ้าหญิง แล้วทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันเลย ได้แต่ใช้ภาษาใจสื่อสารถึงกันพร้อมๆกับส่งรอยยิ้มให้กัน เจ้าชายคิดว่าถ้าเป็นไปได้พระองค์อยากหยุดเวลาในช่วงเวลานั้นไว้เพื่อได้นั่งอยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิง ณ เวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่เจ้าชายไม่สามารถที่จะลบเลือนไปจากความทรงจำของพระองค์ได้เลย หัวใจของพระองค์ได้กลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เจ้าหญิงสีม่วงได้เดินจากไป...
3月20日 The Last memory of Prince (กว่าความรักจะลงตัว)The Last memory of Prince กว่าความรักจะลงตัว หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่ลดละความพยายาม คุยกับเจ้าหญิงสีฟ้าเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้รู้จากเจ้าหญิงสีฟ้าว่าอดีตสหายรักของเจ้าชายนั้นก็มาจีบเจ้าหญิงสีฟ้าเหมือนกัน เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเกิดความสับสนในจิตใจ ณ เวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงต้องการที่อยู่เงียบๆเพื่อคิดไตร่ตรองเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าชายสีน้ำเงินไม่ต้องการให้อดีตสหายรักของพระองค์ต้องเสียใจ เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจว่าพระองค์จะขอเป็นคนจากไปเอง ในขณะเดียวกันเจ้าหญิงสีฟ้าก็คิดมากและลำบากใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหญิงสีฟ้าไม่ต้องการให้เจ้าชายสีน้ำเงินต้องผิดกันกับอดีตสหายรัก เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจไม่โทรไปหาเจ้าหญิงสีฟ้าเกือบ 1 อาทิตย์และเมื่อเห็นเจ้าหญิงสีฟ้าที่โรงเรียนก็พยายามหลบหน้า ในที่สุดเจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้โทรมาหาเจ้าชายสีน้ำเงินเพื่อถามเจ้าชายสีน้ำเงินว่าเป็นอะไรทำไมจึงหายเงียบไปเลย เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าชายสีน้ำเงินจึงนัดเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อที่จะพูดปัญหาที่ค้างคาใจ ในวันรุ่งขึ้นเจ้าชายก็ได้มานั่งรอเจ้าหญิง และเมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ามาถึง เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้รวบรวมความกล้าและพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : จะว่าอะไรมั้ยถ้าเราจาเลิกคุยกันเพราะพี่ไม่ต้องการทำให้สีฟ้าต้องลำบากใจ เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่นิ่งเงียบ.... เจ้าชายสีน้ำเงิน : และพี่ก็ไม่อยากทำให้เพื่อนพี่ต้องเสียใจ พี่จะขอเป็นคนไปเองละกันนะ เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นต้องทำแบบนี้เลย ตอนนี้มีคนที่เจ็บแค่คนเดียวนะ แต่ถ้าพี่จะทำอย่างนั้นจามีคนเจ็บถึง 3 คนเลยนะ สีฟ้าว่าเราคุยกันเหมือนเดิมนั่นแหละดีที่สุดแล้ว เจ้าชายสีน้ำเงินจึงกลับมาคุยกับเจ้าหญิงสีฟ้าเหมือนเดิม และต่อมาอีกไม่กี่วันเจ้าชายได้ชวนเจ้าหญิงไปดูหนังแต่เจ้าหญิงสีฟ้าก็อ้างว่ายังไม่ว่าง เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจโทรไปหาเจ้าหญิงแล้วบอกเจ้าหญิงว่าซื้อตั๋วล่วงหน้าให้แล้ว เมื่อได้ยินเจ้าหญิงสีฟ้าจึงตัดสินใจยอมมาดูหนังกับเจ้าชายสีน้ำเงิน ทั้งๆที่ความจริงแล้วยังไม่ได้ซื้อเลย ในเย็นวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงไปซื้อตั๋วหนัง หลังดูหนังเสร็จเจ้าชายสีน้ำเงินจึงบอกกับเจ้าหญิงเรื่องตั๋วหนัง คำพูดของเจ้าหญิงในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจำได้อย่างไม่ลืมเลือน เจ้าหญิงได้พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสว่า “ จำไว้เลยนะ คราวหลังจะไม่ลงกลมาดูด้วยอีกแล้ว ” หลังจากวันนั้นมาเจ้าหญิงสีฟ้าก็เริ่มจาไปเที่ยวกับเจ้าชายสีน้ำเงินด้วยกันสองคนบ่อยๆขึ้นเรื่อยๆ หลายวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ตัดสินใจว่าจาบอกความในใจของตนให้กับเจ้าหญิงสีฟ้าได้รู้โดยคืนนั้นพระองค์ได้พยายามเรียงร้อยถ้อยคำที่จะบอกเจ้าหญิงสีฟ้าจนเกือบจะไม่ได้นอน ในวันรุ่งขึ้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้โทรนัดกับเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อจาบอกความในใจ เจ้าชายสีน้ำเงินจึงมานั่งรอเจ้าหญิงสีฟ้าเมื่อเจ้าหญิงมาสีฟ้ามาถึงพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนสดใส ทั้งสองคนจึงเริ่มสนทนากัน
เจ้าหญิงสีฟ้า : ขอโทษนะที่ให้รอนาน พอดีเพิ่งไปส่งน้องมา เจ้าชายสีน้ำเงิน : ไม่เป็นไรคับ เจ้าหญิงสีฟ้า : มีเรื่องอะไรจาบอกเหรอ
ในขณะนั้นความรู้สึกของเจ้าชายเหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเคลื่อนไหวช้าลง เจ้าชายได้ยินแต่เสียงของหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตลอดเวลา เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเริ่มหันมาพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็..พี่อยากบอกสีฟ้ามาตั้งนานแล้วตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกันจนถึงวันนี้ แต่ก็ไม่มีโอกาสบอกเลย พี่ชอบสีฟ้านะ ความรู้สึกของเจ้าชายในเวลานั้นเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้หยุดอยู่นิ่ง และในโลกนี้มีเหลือแค่เพียงเราสองคนเท่านั้น
เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไรเลย เจ้าชายสีน้ำเงิน : พี่ก็อยากรู้ว่าสีฟ้าคิดยังไงกับพี่ ถ้าวันนี้ยังไม่พร้อมก็ค่อยบอกวันหลังก็ได้นะ เจ้าหญิงสีฟ้า : ก้อ...บอกไม่ถูกเหมือนกันอ่ะ สีฟ้าขอเวลาให้ได้กลับไปคิดก่อนนะ The Last memory of Prince (จุดเริ่มต้นของความรัก)The Last memory of Prince จุดเริ่มต้นของความรัก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายองค์หนึ่งมีนามว่าเจ้าชายสีน้ำเงิน เจ้าชายองค์นี้ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเจ้าชายและเจ้าหญิงมากมาย ซึ่งโรงเรียนก็อยู่ไม่ไกลจากปราสาทของพระองค์มากนัก แต่เจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่เคยมาโรงเรียนทันเลยซักวัน ในทุกๆวันหลังเลิกเรียนเจ้าชายสีน้ำเงินจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มใหญ่ ชีวิตช่วงนั้นของชีวิตเจ้าชายก็ยังไม่มีอะไรมากมายมีแต่ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะกับเพื่อนๆไปวันๆ เจ้าชายมีเพื่อนสนิทหลายคนแต่ละคนก็มีฉายาที่แปลกออกไป เช่น เจ้าชายลิง เจ้าชายดำ เจ้าชายตาตีบ เจ้าชายเซนเดอลอส เจ้าชายแหลม เจ้าชายล๊อบเบน เจ้าชายไลติว เจ้าชายเสี่ยตระการ เจ้าชายหมา เจ้าหญิงจิ้งจก เจ้าหญิงหมู เจ้าหญิงเห็ด เจ้าหญิงชมพู่ เจ้าหญิงก้านกล้วย ยังมีเจ้าชายและเจ้าหญิงคนอื่นๆอีกมากที่ไม่มีฉายา ซึ่งเมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินมีความทุกข์เพื่อนๆของเจ้าชายก็จะอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจและคำปรึกษาอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เจ้าชายสีน้ำเงินจึงรักเพื่อนๆและเจ้าชายจึงได้สัญญากับตัวเองอย่างเงียบๆว่าเมื่อเพื่อนมีปัญหาไม่ว่าจาอยู่ที่ใดหรือเวลาใดพระองค์จะช่วยเหลือเพื่อนของพระองค์จนสุดความสามารถของพระองค์ที่มีอยู่ เออ! ลืมบอกอีกอย่างไปเจ้าชายองค์นี้ยังไม่มีคนรัก เพราะเมื่อ2 ปีก่อนเจ้าชายเคยรักกับเจ้าหญิงคนนึงที่มีชื่อว่าเจ้าหญิงสีม่วง ครอบครัวของเจ้าชายได้พยายามกีดกันทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้าชายต้องเลิกกับเจ้าหญิงสีม่วง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินเสียเจ้าหญิงสีม่วงไป ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเสียใจมากที่ทำให้เจ้าหญิงสีม่วงต้องจากไป เจ้าชายสีน้ำเงินจึงปฏิญาณตนว่าจะพยายามไม่สนใจเรื่องความรักอีกต่อไป จนเวลาผ่านไป 2 ปี เจ้าชายก็ได้พบกับเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่สามารถทำให้หัวใจของพระองค์กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ในครั้งแรกที่พบเจ้าชายก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าใจของพระองค์นั้นต้องการเจ้าหญิงองค์นั้น เจ้าชายจึงพยายามสืบเสาะตามหาเจ้าหญิงองค์นั้นทุกวิถีทาง แล้ววันหนึ่งเพื่อนของพระองค์เจ้าชายเซนเดอลอสก็บอกชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้นให้เจ้าชายได้รู้ หลังจากวันนั้นเมื่อเจ้าชายได้พบกับเจ้าหญิงองค์นั้นจึงเรียกได้ชื่อตามที่เจ้าชายเซนเดอลอสของบอก แต่เจ้าหญิงองค์นั้นกลับทำเมินเฉยไม่สนใจเสียงของเจ้าชายเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2 อาทิตย์ แต่หารู้ไม่ว่าชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้นเลย เจ้าชายจึงให้เจ้าหญิงเห็ดไปถามชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้น เจ้าหญิงเห็ดจึงได้วิ่งกลับมาบอกเจ้าชายว่าเจ้าหญิงองค์นั้นชื่อเจ้าหญิงสีฟ้า และอีก 1 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายจึงได้ตัดสินใจว่าจะไปถามเบอร์ของเจ้าหญิงสีฟ้า กว่าจาตัดสินใจได้เจ้าชายเดินวนไปวนมาหลายรอบ ในขณะที่กลุ่มเพื่อนของเจ้าหญิงที่นั่งอยู่ได้ออกไปหมดและเหลือเจ้าหญิงเพียงคนเดียว เจ้าหญิงจึงรีบวิ่งตามเพื่อนไปในเวลานั้นเองเจ้าชายจึงได้วิ่งตามเจ้าหญิงสีฟ้าไป วันนั้นเป็นแรกที่เจ้าชายได้พูดกับเจ้าหญิงจึงทำให้เจ้าชายใจสั่นมากๆพูดผิดๆถูก ส่วนเจ้าหญิงก็เขินจนหน้าแดงและพยายามมองหาทางที่จะวิ่งต่อไป แต่ในที่สุดเจ้าชายก็ได้เบอร์ของเจ้าหญิงสีฟ้ามา นับตั้งแต่นั้นมาเจ้าชายก็เริ่มที่จะโทรหาเจ้าหญิงสีฟ้าทุกวันตามที่หัวใจเรียกร้อง ในทุกๆวันเสาร์อาทิตย์เจ้าหญิงสีฟ้าจะไปวิ่งออกกำลังกายกับพี่ๆของเจ้าหญิง เจ้าชายสีน้ำก็จะชวนเจ้าชายลิงไปด้วยคอยวิ่งตามเจ้าหญิงสีฟ้าอยู่ห่างๆทุกวัน ในเวลานั้นเจ้าชายคิดว่าเพียงแค่ได้เห็นหน้าไปวันๆก็พอใจแล้ว และอีกอาทิตย์ต่อมาเจ้าหญิงก็ได้ไปรำดอกบัว เจ้าชายสีน้ำเงินได้ชวนเจ้าชายลิงสหายคนสนิทไปด้วยและในคืนนั้นเจ้าชายก็ได้ยืนตากฝนทั้งๆที่เจ้าชายสีน้ำเงินยังเป็นไข้อยู่ เพื่อที่จะรอดูเจ้าหญิงสีฟ้ารำ ยิ่งนับวันเจ้าชายยิ่งสนิทกับเจ้าหญิงมากขึ้นเรื่อยๆ ในวันหนึ่งเจ้าชายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เจ้าหญิงสีฟ้าก็รีบโทรมาหาเป็นครั้งแรกทั้งๆที่ปกติไม่เคยโทรมาเลย และส่งข้อความมาแสดงความห่วงใยเจ้าชาย ในวันนั้นเองเจ้าชายจึงรู้สึกดีใจมากๆจนแผลที่เจ็บปวดหายปวดอย่างทันทีทันใด เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าก็เริ่มจาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น เจ้าชายสีน้ำเงินอยากรู้ว่าเจ้าหญิงสีฟ้าคิดยังไงกับพระองค์ จึงได้ส่งคนแกล้งไปถามเจ้าหญิงสีฟ้า
คนที่เจ้าชายส่งไปถาม : เจ้าชายสีน้ำเงินเป็นอารายกันกับเจ้าหญิงสีฟ้าจึงเห็นเดินคู่กันไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่ได้เป็นไรกัน ก็แค่เจ้าชายสีน้ำเงินชอบมาเดินตามก็เท่านั้นเอง
เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ ใจของพระองค์ก็แทบสลายเมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าหญิงสีฟ้า ในวันนั้นเป็นวันเกิดของเจ้าชายตาตีบ เมื่อเจ้าชายเล่าเรื่องที่เจ้าหญิงสีฟ้าพูดเพื่อนๆของเจ้าชายสีฟ้าจึงเข้ามาล้อมวงเข้ามาปลอบเจ้าชายสีน้ำเงินจนมีอาการดีขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ทำลายความพยายามของพระองค์ได้เลย เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ตัดสินใจว่าจะจีบเจ้าหญิงสีฟ้าต่อไป...
|
|
|