D r a f t 的个人资料D r a f t照片日志列表 工具 帮助

日志


4月17日

มาเล่นต่อเพลงกันนะ

  กระทู้นี้เปิดให้ต่อเพลง ขอให้ช่วยกันต่อเพลงไปเรื่อย ๆ ละกันนะ 

 
** เพลงล่าสุดอยู่ข้างบนนะ **
 
 

บทกลอน...แด่เจ้าหญิงสีฟ้า

บทกลอน...แด่เจ้าหญิงสีฟ้า

  ถ้ามีโอกาสอีกครั้งเดียวที่จะมองเห็น

ฉันจะขอมองเธอเป็นภาพสุดท้าย

ถ้ามีโอกาสอีกครั้งเดียวที่จะสัมผัสใคร

ฉันจะขอจับมือเธอไว้ด้วยความรู้สึกดีๆ

ถ้ามีโอกาสอีกครั้งเดียวที่จะเดินเคียงข้าง

ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อได้เดินกับเธอคนนี้

และถ้ามีโอกาสอีกครั้งเดียว...ที่จะบอกความรู้สึกที่มี

" รักเธอ...ทุกๆ วินาที " นี่คือสิ่งที่ฉันจะบอกไป

 

  ***  หน้านี้ขอให้เจ้าหญิงสีฟ้าได้เม้นเพียงคนเดียวเท่านั้น  ***

4月12日

The Prince ‘s letter

The  Prince ‘s letter

                        ถึง.....เจ้าหญิงสีฟ้า

                เมื่อตัวเองได้อ่านจดหมายฉบับนี้   เค้าก็คงอยู่ในที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ในที่ที่เราเคยรักกัน    เคยอยู่ด้วยกัน    เคยหยอกล้อกัน  เคยพูดคุยกัน    เคยนั่งชิงช้าเล่นด้วยกัน   เคยทะเลาะกัน  และเป็นที่สุดท้ายที่เราได้เจอหน้ากัน    ณ เวลานี้ที่นี้กลายเป็นที่ที่เงียบสงบจนเค้าสามารถสัมผัสถึงเหน็บหนาวที่แทรกซึมจนถึงขั้วหัวใจ    จดหมายนี้เป็นจดหมายฉบับแรกและอาจจะเป็นฉบับสุดท้ายที่เค้าจะเขียนให้ตัวเอง   เค้าก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีเพราะเค้าก็ไม่เคยทำให้ใครมาก่อนเลย    และขอบอกว่าหน้านี้เป็นหน้าที่ใช้เวลาเรียบเรียงนานที่สุด   เพราะในระหว่างที่เขียนน้ำตามันชอบทรยศเค้า   เล่นซึมออกมาหลายหยดเลยแหละ   กว่าจะเขียนเสร็จก็ใช้เวลาไปหลายวันเลย  

                นับตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้เราก็ห่างกันมามากพอสมควรแล้วนะ    ตัวเองก็คงจะทำใจได้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว    ส่วนเค้าพวกเพื่อน ๆ ของเค้าก็ช่วยให้กำลังใจจนเค้าเริ่มที่จะดีขึ้นแล้ว     เค้าอยากให้ตัวเองกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมนะ   เค้าไม่อยากให้ตัวเอง ๆ ต้องมาคิดมากหรือเสียใจให้เค้าอีกแล้ว    เค้าอยากให้ตัวเองลืมเค้าไปให้หมด    ให้เหลือไว้เพียงแต่ความทรงจำที่ดี ๆ  ที่เราทั้งสองคนได้สร้างร่วมกันมา   รู้มั้ยว่าสิ่งที่จะทำให้เค้ายิ่งจะเสียใจมากคืออะไร   เค้าจะบอกให้ก็ได้ว่า   คือการที่ต้องรู้ว่า ณ เวลานี้ตัวเองยังมานั่งเสียใจให้เค้าอยู่      ตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบกันจนมาถึงวันนี้เค้าอยากบอกว่าไม่เคยมีวันไหนเลยที่เค้าไม่คิดถึงตัวเองเลยนะ   ยังจำวันที่เรานั่งคุยกันก่อนดูหนังได้มั้ย   วันที่ตัวเองเคยบอกว่า  ตั้งแต่ที่เค้าเคยคบกับเจ้าหญิงมาเค้ารักเจ้าหญิงม่วงมากที่สุดเพราะเค้าร้องไห้ให้กับเจ้าหญิงสีม่วง    แต่ในเวลานี้เค้าก็อยากจะบอกว่าไม่ได้มีแต่เจ้าหญิงสีม่วงคนเดียวเท่านั้นนะที่เค้าต้องเสียน้ำตาให้     หลังจากเหตุการณ์วันนั้นมันทำให้เค้าได้รู้ใจตัวเองแล้ว    ถ้าหากย้อนเวลาได้   เค้าอยากย้อนกลับไปถึงวันที่ตัวเองเคยถามเค้า   เพื่อจะให้ตัวเองได้ถามเค้าอีกครั้งหนึ่ง   ว่าเค้ารักเจ้าหญิงคนไหนมากที่สุด   ซึ่งในเวลานี้เค้าก็มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นที่จะให้นั่นก็คือ    เจ้าหญิงที่เค้ารักมากที่สุดในเวลานี้ก็คงเป็นตัวเองแล้วนะ     อาจจะเป็นเพราะเค้าไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงองค์ไหนมากไปกว่าตัวเองอีกแล้ว  และเวลาที่เค้ามีอยู่เค้าก็ไม่เคยมอบให้ใครมากเท่านี้เลย       ช่วงเวลาหนึ่งที่เราทั้งสองได้ใช้ชีวิตร่วมกันมา  มันเป็นอะไรที่คุ้มกับที่เกิดมาในชาตินี้แล้ว และเค้าก็อยากบอกว่าเค้ารู้สึกดีใจมากๆเลยนะที่ช่วงหนึ่งของชีวิตของเค้าได้เดินเคียงข้างกับตัวเอง    ตั้งแต่วินาทีแรกที่เค้าเห็นตัวเอง   ในวินาทีนั้นเองเค้าก็รู้ได้ทันทีเลยว่าใจของเค้าต้องการอะไร   ในตอนแรก ๆ  เพื่อนเค้าได้ชี้ให้ดูแล้วก็ชมว่าตัวเองนั้นน่ารัก    เค้าก็ได้แต่พูดว่า     ไม่เห็นน่ารักเลย    ทั้งๆที่ใจเค้าก็ชอบตัวเองไปแล้ว    เค้าก็เป็นซะอย่างงี้แหละในบางครั้งปากกับใจมักจะไม่ตรงกัน     ในบางครั้งตัวเองก็มักจะถามเค้าว่า      เค้าแต่งตัวน่ารักมั้ย      เค้าก็ตอบไปว่า      ขี้เหร่อ่ะ ไม่เห็นจะน่ารักเลย       ทั้ง ๆที่ในใจเค้าอยากบอกกับตัวเองว่า 

   ไม่ว่าจะยังไงตัวเองก็น่ารักสำหรับเค้าอยู่แล้ว     

                ช่วงเวลาที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันตัวเองได้มาเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปของเค้าให้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง     ไม่รู้สินานๆ ทีที่ชีวิตเค้าจะได้มีรอยยิ้มและความสุขอย่างคนอื่นๆ   พอได้มีสิ่งเหล่านี้เค้าก็ไม่อยากเสียมันไป   ทุก ๆ วินาที่ที่เราอยู่ด้วยกันมันมีความหมายสำหรับเค้า   ยังจำได้มั้ยในวันเกิดเค้าตัวเองได้ขออะไร    ตัวเองขอให้เค้ารักตัวเองให้มากๆ    รู้มั้ยคำพูดนี้ต่อให้ตัวเองไม่ขอเค้าก็รักตัวเองมากเหมือนเดิมนั่นแหละ   หลังจากวันนั้นเค้าก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองแล้วนะ    ตั้งแต่คบกันมาเค้าไม่เคยขอให้ตัวเองรักเค้ามากเลยสักครั้ง     เค้าแค่ขอให้ตัวเองรักเค้านานๆ  เท่านั้นเองแต่ตัวเองก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเค้าไม่ได้   แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกในเมื่อใจของตัวเองไม่ได้เป็นของเค้าแล้ว   ต่อให้คบกันต่อไปตัวเองก็จะไม่มีความสุข  เคยมีคนบอกกับเค้าว่าการที่จะรักใครซักคน   แค่เราได้เห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุขก็พอแล้ว    แต่การที่เราไปบังคับคนที่เรารักให้มารักเรามันเป็นการรักตัวเองมากกว่าที่จะเรียกว่าความรักซะอีก   วันสุดท้ายที่คุยกันเค้ายอมรับว่าวันนั้นเค้าเสียใจมากที่ได้ยินในสิ่งที่ตัวเองพูด    แต่เค้าจะคงเสียใจไปมากกว่านี้ถ้าเค้าไม่เคยเจ็บมาก่อนแล้ว   ที่เป็นอย่างนี้เป็นอาจจะเป็นเพราะความเคยชินแล้วละมั้งที่ใจเค้าต้องบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก    เค้าก็ไม่รู้หมือนกันว่าทำไมต้องทนเจ็บแล้วเจ็บอีก   คงจะเป็นเพราะความรักที่เค้ามีให้ตัวเองมันมากจนเค้าไม่อาจจจะหาสิ่งใดในโลกมาเทียบได้เลย

                ในบางครั้งเค้าก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรักระหว่างเรา    เค้าไม่รู้ว่าทำไมเราต้องเป็นอย่างนี้เค้ารู้แต่เพียงว่าใจของตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว    จนช่วงหลัง ๆ ตัวเองก็เริ่มที่จะขึ้นเสียงใส่เค้าตอนที่ทะเลาะกันเรื่องเพื่อนของตัวเอง   จนเค้าคิดว่าตัวเองเห็นเพื่อนดีกว่าเค้า    เพื่อนคนที่เคยด่า เคยว่า  เคยทะเลาะกับตัวเองจนตัวเองบอกว่าตัวเองเกลียดเพื่อนคนนี้   ในเวลานั้นก็มีแต่เค้าคอยให้กำลังใจตัวเอง   แต่แล้วเมื่อเพื่อนคนนี้กลับมาขอคืนดีกับตัวเอง   ตัวเองกลับเห็นมันดีกว่าเค้า   ทั้งๆที่เค้านั้นเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างตัวเองมาตลอด   ช่วงหลัง ๆ ที่เราทะเลาะกันนั้นมันคงเกิดจากความหึงของเค้าเองแหละ     ที่คอยบังคับอย่างนู้นบังคับอย่างนี้จนตัวเองไม่มีอิสระที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ     เค้าคิดว่าในสิ่งที่เค้าห้ามนั้นไม่มากเกินไปสำหรับคนที่เป็นแฟนกันหรอกนะ   สักวันเมื่อตัวเองได้โตขึ้นและได้พบกับคนที่รักตัวเองมากพอๆกันกับเค้า   วันนั้นแหละจะเป็นวันที่ตัวเองจะเข้าใจในสิ่งที่เค้าทำ    ในช่วงหลังๆ  เค้าก็พยายามทำทุกอย่างแล้ว  ไม่ใช่ว่าไม่เคยลอง  เค้าลองทำแล้ว  แต่มันก็ทำไม่ได้ที่จะเปลี่ยนนิสัยขี้หึงของเค้า   

ซึ่งตัวเองกำลังจะบังคับให้เค้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่คนที่ไม่ใช่ตัวเค้าแล้ว   ในช่วงก่อนที่เราจะคบกันยังจำได้มั้ยเค้าเคยทำให้ตัวเองเคืองเค้าก็เพราะความหึงของเค้า   เค้าก็เคยบอกตัวเองแล้วว่าถ้าเค้าเป็นอย่างนี้ตัวเองจะรับได้มั้ย    ซึ่งตอนนั้นตัวเองก็ตอบว่ารับได้   และพอเราคบกันตัวเองก็บอกว่าที่เค้าหึงทำให้ตัวเองรู้สึกดีเพราะจะทำให้ตัวเองได้รู้ว่าเค้ารักตัวเองมาก    แต่พอมาตอนหลังความหึงของเค้ากลับทำให้ตัวเองต้องลำบากใจ    เค้าก็ขอบอกว่าเค้าก็เป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้ว  ตัวเองเคยบอกว่าเค้าเปลี่ยนไป    แต่เค้าก็ขอบอกว่าเค้าไม่เคยเปลี่ยนหรอกนะ    แต่คนที่เปลี่ยนน่าจะเป็นตัวเองมากกว่า   เค้าก็อยากบอกตัวเองว่า 

ไม่ว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปแค่ไหนเค้าก็ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นนะ     

                ถ้ามีคนมาถามเค้าว่าเคยคิดเสียใจมั้ยที่มาคบกับคนอย่างตัวเอง   เค้าจะตอบกับคนนั้นอย่างไม่รีรอเลยว่า  เค้าไม่เคยคิดเสียใจเลยสักครั้ง     เพราะตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่ดีที่สุดคนนึงของเค้า    เค้าก็ขอขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่ตัวเองเคยให้เค้า   ทั้งความรักที่ให้จนเต็มเปี่ยม     ความคิดถึงที่คอยเติมเต็มความรักในทุกๆวัน     ความสุขที่ทำให้เค้ายิ้มได้ทั้งวัน    ความหวังดีที่มีให้เสมอมา   ความห่วงใยในยามที่เค้าไม่สบาย    กำลังใจที่เคยให้เค้าตอนที่เค้าท้อแท้จนไม่มีกำลังใจ   การดูแลเอาใจใส่เค้าในยามที่เค้านั้นอ่อนแอ    เค้าจะไม่มีวันลืมสิ่งเหล่านี้ได้เลย     เค้าก็ขอขอบคุณที่ทำให้เค้าได้รู้จักกับคำว่ารัก    ต่อจากวันนี้ตัวเองก็จะไม่มีคนเลวๆ  อย่างเค้ามากวนใจตัวเองอีกแล้ว   คนเลวๆ ที่ทำให้ตัวเองต้องร้องไห้    เค้าก็รู้ตั้งแต่วันแรกที่เค้าก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตตัวเองแล้วว่าเค้าไม่คู่ควรกับตัวเองเลย    เค้ามันเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลย   แต่เค้ามีเพียงสิ่งเดียวที่เท่านั้น  นั่นก็คือ   ความรักที่มีให้ตัวเองก็เท่านั้นแหละ     เค้าก็ขอให้ตัวเองนั่นโชคดีละกัน   ได้พบกับคนดีๆที่พร้อมจะดูแลและรักตัวเอง    ดูแลตัวเองดีๆละกันนะเพราะในวันนี้เค้าไม่อาจจะทำหน้าที่นี้ได้อีกแล้ว    เค้าก็จะคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ ละกัน    ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ นะ  เวลาจะทำอะไรก็ให้คิดก่อนอย่าให้ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา     ในวันไหนที่ตัวเองท้อแท้หรือเสียใจ    ขอให้รู้เอาไว้ว่าตัวเองจะยังมีเค้าอยู่เคียงข้างตัวเอง    และเค้าจะขอเป็นคนสุดท้ายที่จะคอยดูแลและให้กำลังใจตัวเองเสมอนะ     เค้าก็ขอโทษที่เคยทำให้ตัวเองต้องเสียใจและร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง    แต่ทุกๆ สิ่งที่เค้าทำไปก้อคงเป็นเพราะความรักที่เค้ามีให้ตัวเองนั่นแหละ     ทุกความทรงจำที่เกี่ยวกับตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมามันจะยังคงอยู่ตลอดเวลาและจะยังคงอยู่กับเค้าตลอดไป      เค้าจะเก็บความทรงจำที่ดีเหล่านี้ไว้ตลอดไป......เค้าสัญญา    

                เวลานี้เค้าได้พบกับความเจ็บปวดและความเสียใจจากที่ได้เสียคนที่เค้ารักที่สุดไป    เค้ารู้สึกว่าเวลาในแต่ละวันกลับช้าลงเรื่อย ๆ  ไม่เหมือนกับตอนที่ยังมีตัวเองคอยอยู่เคียงข้าง     เค้าได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมเวลาที่เค้าไม่มีตัวเองเค้าถึงรู้สึกเหงาและอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน     ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีเจ้าหญิงคนไหนที่ทำให้เค้าต้องเสียใจมากขนาดนี้มาก่อนเลย      ก็อย่างที่ว่าไว้แหละ   ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมาก     เค้าเคยคิดว่า  ทำไมเวลาคนเลิกกันต้องเกลียดกันด้วย     เค้าก็เคยลองคิดที่จะเกลียดตัวเองดู    แต่เค้าก็ทำไม่ได้อ่ะ  อาจจะเป็นเพราะความรักที่เค้ามีมันคงจะมีมากกว่าเกินกว่าที่จะจะมีสิ่งใดๆ มาเปลี่ยนความรู้สึกนี้ได้อีกแล้ว     หลังจากวันที่ตัวเองได้จากไปจากชีวิตของเค้า     เค้าก็รู้สึกได้เลยว่าชีวิตของเค้าเปลี่ยนไปมากๆเลย     เสียงที่เคยได้ยิน   หน้าที่เคยเห็น    คำพูดที่บอกว่า   ขับรถดีๆละกัน  เป็นห่วงนะรู้มั้ย ,  คิดถึงนะ  รักนะจุ๊บๆ  ในวันนี้มันคงจะไม่มีอีกแล้ว    เค้ายอมรับเลยว่าในเวลานี้อ่อนแอและหวั่นไหวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบใจ    ไม่กล้าที่จะคิดและทำอะไรอีกแล้ว    เพราะกลัวในทุก ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้น       เวลานี้เค้ายังไม่พร้อมที่จะรักใครและเค้าก็ยังไม่อยากให้ใครมาแทนที่ตัวเองด้วย    มันก็เป็นอะไรที่ทำใจยากเหมือนกันนะที่จะทำใจให้ลืมคนที่เรารัก   คงทำได้แต่เพียงปล่อยให้เวลาช่วยรักษาแผลใจของเราทั้งสองคน    ในเวลานี้เค้ายอมรับว่าเค้ายังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น    แต่ในสักวันเค้าจะกลับมาพร้อมกับความเข้มแข็งอีกครั้ง    เค้าจะเป็นคนเดิมที่ตัวเองเคยเห็น   คนที่ไม่เคยกลัวและยอมแพ้ให้กับสิ่งใด ๆ    ถ้าวันใดวันหนึ่งเราได้พบกันก็อย่าลืมทักทายกันบ้างนะ    สำหรับเค้าตัวเองก็ยังคงเป็นน้องสาวอีกคนนึงที่เค้าจะรักและคอยห่วงใยอยู่เสมอ    สุดท้ายนี้เค้าก็ไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะแทนความรู้สึกของเค้าได้นอกจากคำๆนี้อีกแล้ว      เค้ารักตัวเองนะ  

                                                                                                                       

                                                                                                                        จาก.....เจ้าชายสีน้ำเงิน

4月10日

The Princess ‘s letter

The  Princess ‘s letter

  ถึง.....เจ้าชายสีน้ำเงิน

  เราก็ห่างกานมาได้ซักพักแล้วนะ

ฉันรู้ว่าฉันผิดฉันขอโทษ

 

แต่ฉันก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ

ที่เราจะไม่ต้องเจอกานอีก

 

เพราะฉันไม่รู้จะทำตัวยังไงและเธอก็คงยังทำใจไม่ได้

มันจบลงตรงนี้ก็ดีแล้ว

 

ขอให้เธอยกโทษให้ฉันด้วยสิ่งที่แล้วมา

ไม่อยากให้เธอลืมมันไปแต่ขอให้เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆได้ไหม....

 

บางครั้งมันก็คงเป็นอะไรที่ทำใจได้ยาก

ซึ่งฉันก็เสียใจนะไม่ใช่รู้สึกดีที่ทำไปอย่างนั้น

 

แต่ฉันไม่อยากที่จะคบกับเธอต่อไปโดยที่ฉันมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้ว

อยากให้เธอยกโทษให้ฉัน

เธอคงไม่รู้ว่าฉันมีเหตุผลอะไรที่เลิกกับเธอ

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกาน

 

ฉันยังถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่าฉันคิดยังไงกะเธอ

แต่ฉันก็หาคำตอบไม่ได้นอกจากตอบไปว่าไม่ได้รักเธอแล้ว

 

ไม่ใช่ว่าเธอดีไม่พอและไม่ใช่ว่าฉันชอบคนอื่น

 

ฉันขอบใจกับความรู้สึกดีๆและวันเวลาที่ผ่านมา

 

ฉันจะไม่ลืมว่าเคยคบกะคนอย่างเธอ

 

ฉันไม่อยากให้เธอเกลียดฉัน

 

เรายังเป็นคนที่รู้จักกันได้ไม่ใช่เหรอ

 

ขอโทษเธออีกครั้งนะ.....

                                                               

                                                                                                                               

                                                                                                                                จาก....เจ้าหญิงสีฟ้า

4月6日

The Last memory of Prince (ชีวิตที่ขาดเธอ...)

The Last memory of  Prince

                        ชีวิตที่ขาดเธอ....

            หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินวางโทรศัพท์จากเจ้าหญิงสีฟ้า    ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกับว่า  ในโลกนี้มีแต่เจ้าชายเพียงพระองค์เดียว    ความเหน็บหนาวได้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของเจ้าชายอีกครั้ง   พร้อมๆ กับความอ้างว้างที่ได้พัดเข้ามาพร้อมกับสายลมอ่อนๆ     ร่างกายที่เคยอดทน  จิตใจที่เคยเข้มแข็งกลับกลายเป็นความอ่อนแอ   เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่นั่งกอดตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่หยุด    ในเวลานั้นเหมือนทุกๆอย่างจะมืดมนไปหมด    หนทางที่เคยเห็น   คนที่เคยเดินร่วมทางได้หายไปพร้อมกับความมืดมิด    เจ้าชายสีน้ำเงินทำได้แต่เพียงนั่งอยู่ในมุมที่มืดมิด   วันแล้ววันเล่าเจ้าชายค่อยๆจมลงไปอยู่ในห้วงของความทุกข์   ใจของพระองค์กำลังถูกกลืนกินจากความเจ็บปวดและความเสียใจ  ในเวลานั้นเจ้าชายไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้ อยู่คนเดียว        เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้เชื่อแล้วว่า   ความรักนั้นเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ   ด้วยพลังของความรักสามารถทำให้คนอ่อนแอ  คนที่เคยยอมแพ้กับทุกๆสิ่ง  ให้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งไม่เคยท้อ  ไม่เคยกลัว  หรือหวั่นไหวกับอุปสรรคต่างๆ  ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต     แต่ในขณะเดียวกันความรักก็ทำให้คนที่เข้มแข็งคนที่พร้อมที่จะทำทุกๆ  สิ่งโดยไม่ย่อท้อหรือหวั่นไหวกับสิ่งใด ๆ กลับกลายเป็นคนที่อ่อนแอ  คนที่ไม่พร้อมจะทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว    ในเวลานั้นเจ้าชายได้แต่คิดว่า   ทำไมเจ้าหญิงสีฟ้าถึงต้องจากเจ้าชายไป   ทั้งๆ ที่เจ้าชายพยายามทำทุกอย่างแล้ว   พยายามที่จะเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ที่เคยทำให้เจ้าหญิงนั้นต้องเสียใจ   ในทุกๆครั้งที่เจ้าหญิงทำผิดเจ้าชายก็อภัยให้เจ้าหญิงเสมอมา   ถึงแม้ในบางครั้งเจ้าหญิงจะเคยทำให้เจ้าชายต้องบอบช้ำจนแทบจะรับไม่ไหว    แต่เจ้าชายก็ได้ให้โอกาสให้เจ้าหญิงได้ปรับปรุงตัวเองและแก้ไขในสิ่งที่เจ้าหญิงเคยทำผิดพลาด   แต่ทำไมเจ้าหญิงกลับไม่โอกาสให้เจ้าชายได้แก้ไขตัวเองบ้าง    ในทุก ๆ วันเจ้าชายได้แต่คิดว่าพระองค์นั้นทำผิดตรงไหน  เพราะอะไรใจของเจ้าหญิงที่เคยเป็นของเจ้าชายกลับกลายเป็นอย่างอื่นเข้ามาแทนที่   ในคืนนั้นเจ้าชายแทบจะนอนไม่หลับเพราะภาพความทรงจำในอดีตของเจ้าหญิงได้ผุดขึ้นมาจากหัวใจของเจ้าชาย   ทันทีที่ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาน้ำตาของเจ้าชายก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย   ในช่วงเวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น    แต่ทำไมฝันในครั้งนี้ร้ายกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยมีมาและเป็นความฝันที่ยาวนานมาก      ในทุกๆ วันเจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่หวังอย่างลมๆแล้งๆ ว่าจะตื่นขึ้นมาให้พ้นจากฝันร้ายเหล่านั้น  เพราะความฝันนั้นเป็นฝันร้ายที่ทำให้เจ้าชายนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก    แต่ในทุกๆ เช้าที่เจ้าชายตื่นขึ้นมาเจ้าชายก็ต้องพบกับความจริงที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น    และเจ้าชายก็ได้แต่บอกตัวเองว่า    วันนี้เป็นอีกวันแล้วนะที่ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้และเราต้องสู้กับมันให้ได้  

                เมื่อถึงวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดพบหน้ากับเจ้าหญิงสีฟ้า     ในวันนั้นเจ้าชายยังทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้   เพราะเจอหน้ากันครั้งสุดท้ายกับเจ้าหญิงฐานะในตอนนั้นยังเป็นคนรัก    แต่ในครั้งนี้ฐานะของเราทั้งสองได้ลดลงมาเหลือแค่คำว่า  คนรู้จัก  เจ้าชายจึงขอเลื่อนเจ้าหญิงไปโดยไม่มีกำหนด    อีก 1  อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้นัดเจ้าหญิงอีกครั้งนึง   และเย็นวันนั้นเจ้าหญิงจึงได้ส่งข้อความมาบอกกับเจ้าชายว่า

                  เค้าไม่กล้าที่จะเจอหน้าตัวเอง และไม่อยากเห็นหน้าตัวเองแล้วด้วย  เราไม่ต้องเจอหน้ากันจะดีกว่ามั้ย

เจ้าชายสีน้ำเงินจึงส่งกลับไปว่า    เค้าไม่อยากให้เราต้องจบแบบนี้   เค้าก็แค่อยากให้เราคุยกันแบบคนรู้จักกันเท่านั้นเอง 

ในคืนหนึ่งเจ้าชายสีน้ำเงินได้ฝันถึงเจ้าหญิงสีฟ้า    ซึ่งในฝันนั้นเจ้าหญิงกับเจ้าชายกำลังทะเลาะกัน  แล้วเจ้าชายก็ได้ตื่นขึ้นมา

นั้นเป็นฝันร้ายสำหรับเจ้าชาย   แต่เจ้าชายสีน้ำเงินกลับคิดว่าถ้าฝันนั้นเป็นความจริงก็คงดีเพราะถึงจะทะเลาะกันอย่างน้อยเจ้าชายก็ยังได้อยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิงสีฟ้า   

                  ช่วงเวลานี้ทั้งความเหงาและความอ้างว้างได้เข้ามาในชีวิตของเจ้าชายอีกครั้ง   ในวันหนึ่งเจ้าชายความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับเจ้าหญิงก็ได้ผุดขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง   ทำให้เจ้าชายนั้นได้ร้องไห้อีกครั้งนึง  แต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ  เพราะแม่ของเจ้าชายได้มาเห็น    เจ้าชายจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ของเจ้าชายฟัง    แม่ของเจ้าชายได้กอดเจ้าชายพร้อมกับพูดว่า

 

แม่ของเจ้าชาย  :   ถ้าจะมีความรักมันก็ต้องมีเจ็บ  มีผิดหวังเป็นธรรมดาแหละ  แม่ถึงไม่อยากให้เรามีแฟนไง  

แม่ของเจ้าชาย  :   ตั้งแต่เล็กจนโตเราก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ   เวลามีอะไรแล้วไม่ชอบบอกแม่เลย   คราวหลังถ้ามีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังด้วยเข้าใจมั้ย 

เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้หันไปพูดกับแม่ของเจ้าชายพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลรินอย่างไม่ขาดสาย

เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกครับ

 แม่ของเจ้าชาย  :   แม่เป็นแม่นะ   ถ้าเรามีความทุกข์แม่ก็ทุกข์ด้วย  ถ้าเรามีความสุขแม่ก็สุขด้วย  สัญญากับแม่ได้มั้ยว่าถ้าเรามีอะไรก็ให้เล่าให้แม่ฟังด้วย  ไม่ใช่ปิดบังไว้ไม่ให้แม่รู้

เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   สัญญาคับ

 

                ในเช้าวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินได้นำดอกไม้ไปไหว้แม่   และขอโทษในสิ่งที่เคยทำผิดทำให้แม่เสียใจ   พร้อมกับก้มลงกราบเท้าแม่ของเจ้าชาย    ตั้งแต่ที่เจ้าชายจำความได้ ในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่พระองค์นั้นได้กราบเท้าแม่ของพระองค์   

  ช่วงเวลานั้นเพื่อน ๆ ของเจ้าชายต่างก็เข้ามาให้กำลังใจ  ทั้งเจ้าหญิงอ้วนดำ  เจ้าหญิงเห็ด   เจ้าหญิงหมู   เจ้าหญิงจิ้งจก  เจ้าหญิงก้านกล้วย  เจ้าหญิงป้า  เจ้าหญิงสีม่วง  เจ้าหญิงโลมา  เจ้าหญิงซาลาเปา   เจ้าหญิงหมูอืด  เจ้าชายตาตีบ  เจ้าชายไลติว  เจ้าชายลิง   เจ้าชายเต่า   เจ้าชายเซนเดอลอส   เจ้าชายดำ   เจ้าชายล๊อบเบน  ซึ่งทำให้เจ้าชายมีกำลังใจที่ดีขึ้น     อีก  2  อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายได้ไปให้อาหารปลาในที่ที่เจ้าหญิงสีฟ้าชอบพาไปตอนที่ยังคบกันอยู่   จากที่เคยหันไปก็เห็นเจ้าหญิงสีฟ้าอยู่เคียงข้าง   แต่ในวันนี้หันไปจะได้พบกับความร่าเริงของเจ้าหญิงเห็ด   และความซุกซนของเจ้าชายลิง  ในขณะที่ให้อาหารปลาอยู่นั้น     เจ้าชายสีน้ำเงินได้สังเกตเห็นปลาตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกจนเห็นก้าง   เจ้าปลาตัวนี้ทำให้เจ้าชายนั้นได้ตระหนักว่า   ขนาดปลามันเจ็บขนาดนี้  มันยังดิ้นรนและคิดที่จะสู้เพื่อมีชีวิตให้รอดอยู่ต่อไป   แม้แต่ปลามันยังไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ   แล้วทำไมเราจะต้องมายอมแพ้ให้กับความเสียใจเพียงแค่นี้ด้วย    เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ให้กับความเสียใจและความเจ็บปวดที่ได้รับ        เวลานี้เจ้าชายสีน้ำเงินได้ลุกขึ้นออกจากมุมมืดด้วยลำแข้งที่พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับความเสียใจ   เจ้าชายได้กลับมามองเห็นเส้นทางอีกครั้งนึง     ถนนนั้นทอดยาวไปไกลมากจนสุดลูกหูลูกตา    เจ้าชายสีน้ำเงินได้ก้าวเดินไปเรื่อยๆ  อย่างไม่มีจุดหมาย    ถึงแม้ว่าใจของเจ้าชายจะอ้างว้างเพราะในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้าที่คอยเดินเคียงข้างอีกแล้ว    แต่เจ้าชายหันหน้าขึ้นมามองหนทางที่อยู่ไกลแสนไกลและออกก้าวเดินเพื่อไปตามหาจุดหมายปลายทาง    ในอนาคตข้างหน้าชีวิตของเจ้าชายสีน้ำเงินจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเดินทางโดยไม่มีเจ้าหญิงสีฟ้า   โปรดติดตามและคอยให้กำลังใจเจ้าชายสีน้ำเงินได้ในตอนต่อไป........             

  

ถ้าถามว่า      ใครที่คอยอยู่เคียงเราตลอดเวลา   

แน่นอนหล่ะ .......

บางคนอาจจะตอบว่าเพื่อน

บางคนอาจจะตอบว่าแฟน

แต่คนเหล่านั้นกลับหารู้มั้ยว่า....

ความเป็นจริงแล้วแม่ของเราต่างหากที่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา

ไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็น   แต่เราเลือกที่จะมองข้ามมากกว่า

 

อกหักดีกว่ารักไม่เป็น

ขอเป็นกำลังใจให้กับคนอกหักทุก ๆ คน

ให้สู้กับอ้างว้างและความเหงาที่ได้รับ

สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เจ็บปวดและยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของเรา

ถึงแม้ในบางครั้งมันอาจจะยากที่เราจะรับไหว

แต่เราก็ยังดีกว่าคนที่ได้วิ่งหนีมัน

โดยที่ไม่คิดที่จะหันมาสู้กับมันเลย

 

*************************************************************

4月4日

The Last memory of Prince (จุดจบของความรัก)

The Last memory of  Prince

                        จุดจบของความรัก

                หลังจากที่เจ้าชายสอบเสร็จ   เจ้าหญิงสีฟ้าได้โทรมาหาเจ้าชายสีน้ำเงินตามปกติเหมือนวันอื่นๆ   แต่ในวันนี้กลับเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ครั้งสำคัญของทั้งคู่

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ตอนก่อนสอบเห็นบอกว่ามีเรื่องจะถามเค้า   เรื่องอะไรเหรอ  ?   เค้าก็มีเรื่องจะบอกตัวเองเหมือนกัน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   เค้าก็แค่จะถามความมั่นใจเฉยๆ   ไม่มีอะไรหรอก   ตัวเองมีเรื่องอะไรบอกมาก่อนก็ได้

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้ารู้สึกว่าเวลาอยู่ห่างๆตัวเอง  เค้าจะทำอะไรในสิ่งที่เค้าอยากทำได้มากขึ้นอ่ะ  เค้ารู้สึกว่าเค้าอึดอัดเวลาอยู่ใกล้ๆตัวเองเพราะเค้ากลัวว่าถ้าเค้าทำอะไรลงไปแล้วจะไม่ถูกใจตัวเองอ่ะ  

 

ทันทีที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้ยินเจ้าหญิงสีฟ้าพูด   เจ้าชายก็แทบจะทรุดลงนะที่นั้น   หัวใจของเจ้าชายค่อยๆเต้นช้าลงเรื่อยๆ

ราวๆ กับว่าจะหยุดเต้นไปให้ได้    เวลานั้น

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ตัวเองทำไมคิดแบบนี้อ่ะ  ตอนนี้เรายังเป็นแฟนกันอยู่รึเปล่า  เวลาตัวเองจะทำอะไรก็ต้องแคร์ความรู้สึกเค้าบ้างดิ   ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำตามใจตัวเอง   โดยไม่เคยคิดเลยว่าในสิ่งที่ตัวเองทำนั้นจะทำให้เค้านั้นเสียใจมากแค่ไหน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ไหนลองบอกเค้าซิว่า   เรื่องอะไรที่ตัวเองอยากทำแล้วเค้าไม่ให้ทำ  เช่น  เรื่องไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายสองต่อสองนั่นเหรอ   

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เรื่องนั้นมันจบไปตั้งนานแล้วนะ    ในบางครั้งเค้าก็แค่อยากอยู่กับเพื่อนๆ เท่านั้นเองอ่ะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน : เวลาตัวเองอยากไปดูหนังหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ  เค้าก็ไม่เคยห้ามเลยสักครั้ง   แค่นั้นยังไม่พออีกเหรอ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้ารู้สึกว่าตั้งแต่ที่เราทะเลาะกันครั้งนั้น    ใจเค้าก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว  เค้าพยายามทำทุกอย่างแล้วให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่เค้าก็ทำไม่ได้    ตัวเองก็คงเป็นเหมือนกันใช่มั้ย

 

เสียงของเจ้าหญิงกำลังอ่อยลงเรื่อยๆ   น้ำตาของเธอกำลังเริ่มไหลรินออกมา   เจ้าหญิงสีฟ้าได้เงียบไปซักพัก  ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ทันทีเลยว่าเจ้าหญิงสีฟ้ากำลังร้องไห้     ส่วนเจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่ถอนหายใจออก  เสียงของเจ้าชายสีน้ำเงินก็เริ่มที่จะอ่อยลงเรื่อยๆ  เช่นกัน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ไม่... เค้าไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ   ตั้งแต่ที่ทะเลาะกันครั้งนั้นเค้าก็พยายามลืมไปหมดแล้ว  

ไม่เก็บมาคิดอีกแล้ว   รู้มั้ยว่าตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งนั้นทำให้เค้ารักตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ นะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าขอถามอะไรหน่อย....ยังรักกันเหมือนที่เคยรักรึเปล่า

 

เจ้าหญิงสีฟ้าได้เงียบไปซักพัก    แล้วจึงได้ให้คำตอบกับเจ้าชายไปว่า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  ถ้าเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้รักตัวเองแล้วหล่ะ...

 

เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้ยินคำตอบจากเจ้าหญิงสีฟ้า   เจ้าชายถึงกลับกั้นน้ำตาไม่อยู่   น้ำตาของเจ้าชายนั้นได้ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย   นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เจ้าชายไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร  หลังจากครั้งสุดท้ายที่เสียน้ำตาให้กับเจ้าหญิงสีม่วง

                 เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าไม่เชื่อที่ตัวเองพูดหรอก....ที่ผ่านมาตัวเองก็ทำเหมือนยังรักกันอยู่เลย   แล้ววันวาเลนไทม์ที่บอกว่ารักเค้ามากอ่ะหมายความว่าอะไร  ?             ถ้าไม่รักแล้วพูดออกมาทำไม ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  .............        

                เจ้าชายสีน้ำเงิน   :   เค้าถามอะไรหน่อยดิ    ตัวเองชอบรุ่นน้องที่มาจีบตัวเองอีกแล้วใช่มั้ย  ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :       เค้าไม่ได้ไปมีคนอื่นเลยนะ   ในเวลานี้ตัวเองคงรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นละสิ   เค้าอยากบอกเรื่องนี้กับตัวเองตั้งนานแล้วแหละ  แต่เค้าก็ไม่อยากให้ตัวเองคิดมาก  เพราะตัวเองก็ต้องเตรียมพร้อมกับการสอบ  เค้ารู้แต่ว่าตอนนี้ใจเค้าไม่เหมือนเดิมแล้ว.

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   เค้าทำผิดตรงไหนอ่ะ   ตัวเองคงเบื่อเค้าใช่มั้ยที่เค้าคอยบังคับอย่างนู้นบังคับอย่างนี้ให้

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :      ตัวเองไม่ผิดหรอกเค้านี่แหละผิดเอง    เค้าขอโทษจริงๆนะ   

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ขอบคุณนะสำหรับ 2 เดือนที่ผ่านมา  ที่มาหลอกให้เค้ารัก

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกตัวเองนะ  เค้าแค่ไม่อยากให้ตัวเองคิดมากเพราะช่วงนั้นตัวเองก็เครียดกับการสอบ   เค้าไม่อยากให้เรื่องนี้มาทำลายอนาคตของตัวเองก็เท่านั้นเอง

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  ในเวลานี้เค้าไม่มีคำพูดใดๆ  ที่จะบอกกับตัวเองมากไปกว่าคำนี้แล้ว   เค้าขอโทษนะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าไม่เป็นไรหรอก....ช่างเหอะ    มันคงถึงทางแยกระหว่างเราสองคนแล้ว     

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  แล้วตัวเองมีเรื่องอะไรจะถามเค้าเหรอ ?

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ก็ว่าจะถามเรื่องนี้แหละ  ว่าตัวเองจะเอายังไง

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าก็ต้องการให้เป็นแบบนี้แหละ   ถ้าเรายังคบกันอยู่มันคงเป็นอะไรที่ทรมานกันและกัน     ในเวลาที่เราต้องอยู่ไกลกันเค้าก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องมานั่งคิดถึงและได้แต่รอคอยเค้าว่าวันไหนเค้าจะได้กลับมาอีก   เค้าไม่อยากให้เป็นแบบเพื่อนเค้า  ที่ตอนอยู่ใกล้ๆกันก็รักกันดี   แต่พอเมื่อความห่างไกลและเวลาเข้ามาแทนที่  ก็ทำลายทุกๆสิ่งที่เคยมีให้กันและกัน   ทั้งความรัก   ความคิดถึง  ความห่วงใยที่คนทั้งสองมีให้กันจนหมดสิ้น  เค้าก็ดีใจนะที่มันเป็นแบบนี้

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  แล้วตัวเองต้องการจบแบบไหนหล่ะ   ขอให้บอกมา.....เค้าจะทำให้

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้าอยากกลับมาคุยกันแบบพี่น้องเหมือนเดิมอ่ะ   เวลาเจอหน้ากันก็ทักกันบ้าง

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  อืม...ก้อได้  งั้นเค้าขออะไรหน่อยได้มั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  ตัวเองจะขออะไรเหรอ  ?

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าไม่อยากใช้คำว่าเลิกอ่ะ   ขอให้ใช้คำว่า  กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม   จะได้มั้ย  ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ก้อได้ๆ   

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เราก็กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมละกันนะ   เค้าก็ไม่อยากทำแบบว่า   พอเจอหน้ากันแล้วต่างฝ่ายต่างทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  แล้วเราจาไม่เจอหน้ากันหน่อยเหรอ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   จะเจอวันไหนอ่ะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เอาไว้อาทิตย์หน้าละกัน   งั้นวันนี้แค่นี้ก่อนละกัน  สวัสดีคับ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ค่ะ....สวัสดีค่ะ

 

 

4月2日

The Last memory of Prince (จากรอยยิ้ม....กลายเป็นน้ำตา)

The Last memory of  Prince

                        จากรอยยิ้ม....กลายเป็นน้ำตา

            หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม    แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์กลับแย่ลงเรื่อยๆ   เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าได้ทะเลาะกันมากขึ้น    จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าชายสีน้ำเงินของอยู่ห่างๆ จากเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อคิดทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา    เมื่อเวลาผ่านไปดูเหมือนว่าทุกๆ  อย่างกำลังจะดีขึ้น    แต่ก็ดีได้ไม่กี่วันก็กลับมาทะเลาะกันอีกเหมือนเดิม   ในช่วงเวลานั้นทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงต่างก็พยายามอดทนเพื่อที่จะให้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย    วันไหนที่ทะเลาะกันกับเจ้าหญิงสีฟ้า   เจ้าชายสีน้ำเงินมักจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นและขอคำปรึกษาจากเจ้าชายลิง   ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตลกอยู๋ไม่น้อย  เพราะเจ้าชายลิงนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักเท่าใดนัก   แต่กระนั้นเจ้าชายลิงก็สามารถที่จะทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นสบายใจขึ้น 

                เจ้าชายลิง  :  กูก้อไม่รู้จะให้คำปรึกษามึงยังไงหว่ะ  แต่ปัญหาทุกอย่างมันต้องมีทางแก้  ช่วงนี้มึงต้องใจเย็นก่อน  

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  : แค่รู้ว่าจะช่วยเค้าก็ดีใจแล้ว  อย่างน้อยได้ละบายให้ฟังก็สบายใจขึ้นเยอะเลยหว่ะ  ขอบใจมากๆ นะเพื่อนที่ช่วยรับฟัง

                เจ้าชายลิง  :  เพื่อความสุขของเพื่อน....กูยินดีรับฟัง    

เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าได้ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ  จนมาถึงวันหนึ่งซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ทะเลาะกันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา    ซึ่งทั้งสองต่างใกล้ที่จะหมดความอดทนต่อกันและกัน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ตัวเองรู้ตัวรึเปล่าว่า....ตัวเองอ่ะเปลี่ยนไปมากๆ เลย   ตัวเองทำเหมือนไม่แคร์เค้าเลยนะรู้มั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เค้าไม่เคยเปลี่ยนหรอกนะ   คนที่เปลี่ยนน่าจะเป็นตัวเองมากกว่า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ในบางครั้งเค้าก็รู้สึกว่าตัวเองทำเหมือนกับว่าต้องการจะล้างแค้นเค้า  เหมือนกับที่เค้าเคยทำไว้กับตัวเอง       

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ทำไมคิดยังงี้อ่ะ...ตัวเองคิดว่าทุกอย่างที่เค้าทำเพื่อตัวเอง  ก็เพราะจะล้างแค้นเหรอ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าเสียใจนะที่ได้ยินตัวเองพูดอย่างนี้ ....ทุกอย่างที่เค้าทำไปก็เพราะรักตัวเองนะรู้มั้ย

เจ้าชายสีน้ำเงินได้หันหน้าหนีออกจากเจ้าหญิงสีฟ้า   เพราะเจ้าชายไม่อยากให้เจ้าหญิงนั้นรู้ว่าคำพูดของเจ้าหญิงนั้นกำลังทำร้ายคนที่รักเจ้าหญิงมากอย่างไม่รู้ตัว   ด้วยคำพูดที่ทิ่มแทงใจนี้เองทำให้เจ้าชายถึงกับน้ำตาเอ่อล้นเต็มดวงตา   เจ้าชายสีน้ำเงินพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างถึงที่สุด   ส่วนเจ้าหญิงสีฟ้าเมื่อได้ยินที่เจ้าชายพูดถึงกับน้ำตาไหลรินอย่างไม่ขาดสาย   เจ้าชายจึงหันหน้ามาหาเจ้าหญิงเพื่อซับน้ำตาให้กับเจ้าหญิง               

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ตัวเองยังรักกันเหมือนเดิมรึเปล่า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :    ถ้าครั้งนี้เค้าตอบว่าไม่แน่ใจหล่ะ...ตัวเองจะว่ายังไง

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   งั้นเค้าจะให้เวลากลับไปคิดแล้วกันนะ    อีก  2 วันค่อยมาให้คำตอบละกัน  

ในวันต่อมาเพื่อนๆของเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ว่าเจ้าชายนั้นกำลังทะเลาะกับเจาหญิงสีฟ้า   จึงได้เข้ามาช่วยเหลือและให้กำลังใจเจ้าชาย

                เจ้าหญิงหมู  :  ช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ   ยังทะเลาะกันบ่อยรึเปล่า

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ช่วงนี้ก็ทะเลาะกันบ่อยมากๆเ ลย   เค้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปแล้ว 

ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นเจ้าหญิงป้า   เจ้าหญิงโลมา   เจ้าหญิงเห็ด  เจ้าหญิงชมพู่   เจ้าหญิงก้านกล้วย  ก็เดินมาเข้าร่วมการสนทนา

                เจ้าหญิงโลมา  :  สีน้ำเงินๆ  มีเรื่องไรเหรอ   ไม่เห็นเล่าให้เค้าฟังเลย 

                เจ้าหญิงป้า  :  ช่ายๆ  ไม่ยอมบอกเพื่อนเลยนะ

                เจ้าหญิงก้านกล้วย  :  สีน้ำเงินๆ   แล้วเรื่องน้องสีฟ้าเป็นไงบ้าง    ดีกันรึยัง  ?

เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนๆของเจ้าชายฟัง

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ต่อให้รักน้องสีฟ้ามากแค่ไหน   ถ้าความอดทนของเค้าหมดลงทุกอย่างก็คงต้องจบลงไปด้วย

                เจ้าหญิงจิ้งจก  :   แกๆ  ถ้าแกเลิกกับเจ้าหญิงสีฟ้า   ช้านตีแกตายแน่เลย

                เจ้าหญิงชมพู่   :   ใจเย็นๆก่อนนะสีน้ำเงิน

                เจ้าหญิงเห็ด    :  สีน้ำเงินคงรักน้องสีฟ้ามากๆ เลยละดิ   สู้ ๆ นะสีน้ำเงิน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงคนไหนมากขนาดนี้เลย  

                เจ้าหญิงก้านกล้วย  :   จะมีเจ้าชายซักกี่คนนะที่จะเหมือนสีน้ำเงินอ่ะ  

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ก็เจ้าชายเซนเดอลอสไง.....ทั้งนิสัยดี   ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ  แล้วยังโรแมนติกอีกด้วย

เมื่อถึงวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินนัดที่จะเอาคำตอบจากเจ้าหญิงสีฟ้า

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  พร้อมที่จะให้คำตอบแล้วเหรอ....ยังรักกันเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เค้าก้อ...คงยังรักตัวเองเหมือนเดิมนั่นแหละ 

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  งั้นครั้งนี้เค้าขอตัดสินใจละกัน.....เค้ายังไม่อยากเลิกอ่ะ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   แล้วถ้าทะเลาะกันอีกหล่ะ   ครั้งหน้าเค้าขอตัดสินใจละกันนะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เรื่องนี้ก็แล้วแต่อนาคตแล้วกัน

แล้วทั้งคู่ก็กลับมาคบกันเหมือนเดิม   หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น และอดทนต่อสิ่งต่างๆ

ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มรู้สึกว่าเจ้าหญิงสีฟ้านั้นเปลี่ยนไปมาก  ทั้งความเอาใจใส่และความห่วงใย ค่อย ๆ  ลดลงเรื่อยๆ  แต่ในเวลานั้นเจ้าชายพยายามไม่นำสิ่งเหล่านี้มาคิด   

                เราคงคิดมากไปเองนั่นแหละ  เค้าก็ยังคงรักเราเหมือนเดิมนั่นแหละ .....ความคิดเจ้าชายสีน้ำเงิน

เมื่อถึงวันวาเลนไทม์  เจ้าชายสีน้ำเงินได้เตรียมแหวนไว้ให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า    เมื่อทั้งคู่ได้พบหน้ากัน เจ้าชายได้เดินตรงไปหาเจ้าหญิงเพื่อสวมแหวนให้   ทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงได้แต่สบตากัน   แล้วก็ส่งยิ้มให้กันและกันด้วยความเขิน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ในเวลานี้เค้าไม่มีคำไหนๆ  ที่อยากจะบอกกับตัวเองเท่ากับคำๆนี้อีกแล้ว.....เค้ารักตัวเองนะ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ขอบคุณนะคะสำหรับแหวน    เค้าก็อยากบอกว่า  เค้ารักตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ที่ผ่านมาเค้าไม่เคยขออะไรจากตัวเองเลยสักครั้ง    ครั้งนี้เค้าขออะไรหน่อยได้มั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  จะขออะไรเหรอ....

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าจะไม่ขอให้ตัวเองรักเค้ามากหรอกนะ   แต่เค้าจะขอให้ตัวเองรักเค้านานๆจะทำให้ได้มั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  ก็ได้ๆ  เค้าจะทำตามที่ตัวเองขอละกันนะ

ในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้ไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาท    ในระหว่างทางที่ไปส่งเจ้าหญิงได้ใช้ศีรษะพิงหลังของเจ้าชาย

                 เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้ารักตัวเองนะที่รัก

                 เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  …. 

                 

3月30日

The Last memory of Prince (จะเกิดอะไรขึ้นกับความรัก…เมื่อเจอกับมือที่สาม)

The Last memory of  Prince

                        จะเกิดอะไรขึ้นกับความรักเมื่อเจอกับมือที่สาม

                เมื่อถึงวันเกิดของเจ้าชายสีน้ำเงิน    เจ้าหญิงสีฟ้าได้นำของขวัญพร้อมกับคำอวยพรให้กับเจ้าชายสีน้ำเงิน  พร้อมกันนั้นเจ้าหญิงยังได้ขอให้เจ้าชายนั้นรักพระองค์ให้มากๆ    เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้สัญญากับเจ้าหญิงสีฟ้าว่าจะทำตามที่เจ้าหญิงได้ขอไว้  หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา   ในวันหนึ่งระหว่างที่ทั้งคู่ได้นั่งคุยกันอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์โทรมาหาเจ้าหญิง    เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว    ด้วยความข้องใจเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ถามเจ้าหญิงสีฟ้า

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ใครโทรมาเหรอ  ?    โทรมาทำไมอ่ะ ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ก้อ....เจ้าชายสามรุ่นน้องที่รู้จักโทรมาเล่นด้วยเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก

เมื่อเวลาผ่านไปได้สักครู่ก็มีข้อความจากเจ้าชายสามโดยมีใจความว่า    ทำอะไรอยู่ ....คิดถึงจังเลย   

เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินเห็นข้อความของเจ้าชายสามที่ส่งให้เจ้าหญิงสีฟ้า   จึงทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มที่จะโมโห

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ทำไมตัวเองไม่บอกเค้าอ่ะ   เราก็สัญญากันแล้วนี่ถ้ามีอะไรให้บอกกันไง   แต่ทำไมตัวเองกลับมาปิดบังเค้าหล่ะ

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เค้าขอโทษ   ก้อ....เค้ากลัวตัวเองจะโกรธเค้าอ่ะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ตัวเองก็เป็นแบบนี้แหละ  ชอบทำอะไรแล้วไม่ยอมคิดถึงผลที่ตามมา   แล้วไม่เคยคิดเหรอว่าถ้าเค้ามารู้ทีหลังเค้ายิ่งจะโกรธมาก  

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   เจ้าชายสามโทรมานานยัง  โทรมาบ่อยมั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ก้อเพิ่งโทรมา   ไม่ค่อยโทรมาบ่อยเท่าไหร่หรอก....

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   กล้าใช่คำว่าคิดถึง   มันคงไม่ได้โทรมาเล่นด้วยแล้วล่ะมั้ง 

ในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้โมโหให้กับเจ้าหญิงสีฟ้ามากจึงได้ขี่รถหนีเจ้าหญิงไป   ในวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นไปถามเพื่อนๆของเจ้าหญิงสีฟ้า    เพื่อนของเจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง  เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดเจ้าหญิงสีฟ้ามาคุยกัน

ทั้งคู่จึงได้ไปหาที่นั่งเงียบ คุยกัน          

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   เจ้าชายสามโทรมานานแล้วใช่มั้ย  

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ก้อเดือนนึงได้แล้วหล่ะมั้ง

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   แล้วคุยกันเรื่องอะไรบ้างหล่ะ  เจ้าชายสามโทรมาจีบด้วยใช่มั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ก้อ.....คุยกันแบบหนุ่มสาวจีบกันนั้นแหละ

เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงิน ได้ยินคำตอบของเจ้าหญิงสีฟ้าพระองค์ได้เสียใจกับคำตอบนั้นเป็นอย่างมาก  เจ้าชายสีน้ำเงินทำได้แต่ถอนหายใจออกพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น   ส่วนเจ้าหญิงนั้นได้แต่ก้มหน้าพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นเต็มดวงตาของ ๆ เธอ          

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ตอนอยู่ที่โรงเรียนเจ้าชายสามได้โทรมาหามั้ย

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   อืม.....ไม่เคยอ่ะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   นี่ตัวเอง....จะโกหกกันไปถึงไหน อ่ะ  เพื่อนตัวเองบอกเค้ามาหมดแล้วรู้มั้ย  ในเวลานี้ไม่มีอะไรต้องปิดกันแล้ว    มีอะไรก็บอกมาให้หมด   เค้าขอถามคำถามสุดท้ายละกัน  ตัวเองได้หวั่นไหวให้กับเจ้าชายสามใช่มั้ย ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เจ้าชายสามเคยถามว่าจะเลือกใครระหว่างเจ้าชายสามกับเจ้าชายสีน้ำเงิน  เค้าก้อตอบว่าเลือกตัวเองนั่นแหละ     ส่วนเรื่องหวั่นไหวเค้ายอมรับว่าเค้าหวั่นไหว     ตัวเองๆ  เค้าขอโทษจิงๆนะ  เค้าผิดไปแล้ว

หลังจากพูดเสร็จน้ำตาของเจ้าหญิงก็ค่อยๆไหลรินเป็นสายผ่านแก้มอันบอบบางของเธอ   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้หันหน้ากลับไปซับน้ำตาให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า     

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   เค้าถามอะไรหน่อยละกัน....ยังรักกันเหมือนเดิมมั้ย ?

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เค้าก็ยังรักตัวเองเหมือนเดิมนั่นแหละ  และก็รักมากๆด้วย

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :   ครั้งนี้เค้าจะให้อภัยตัวเองละกัน   แต่เค้าขอเวลาให้เค้าได้ทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น   ในตอนนี้เค้ายอมรับเลยว่า...เค้ายังทำใจไม่ได้ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น   งั้นเรามาดีกันนะ

เจ้าชายสีน้ำเงินได้ยื่นนิ้วก้อยไปด้วยกบเจ้าหญิงพร้อมกับส่งยิ้มให้    เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าเห็นจึงได้นำนิ้วก้อยของเธอมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจ้าชาย  พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตา... 

  

 

3月28日

The Last memory of Prince (บทพิสูจน์ของคำว่ารัก)

The Last memory of  Prince

                                บทพิสูจน์ของคำว่ารัก

            ในเช้าวันหนึ่งเจ้าชายสีน้ำเงินได้ขับรถมาโรงเรียนตามปกติ    ขณะที่เจ้าชายกำลังจะเลี้ยวรถเข้าโรงเรียนก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น   มีรถคันหนึ่งได้พุ่งมาด้วยความเร็วสูงชนรถของเจ้าชายสีน้ำเงิน   ทำให้ร่างของเจ้าชายได้ลอยระลิ่วกระเด็นออกจากรถและได้ไถลไปกับพื้น   พร้อมกันนั้นศีรษะของเจ้าชายก็กระแทกกับพื้นถนน    ในเวลานั้นภาพที่เกิดในตาของเจ้าชายนั้นเห็นแต่ความมืดมิดไปหมด   ทั้งๆที่เจ้าชายยังลืมตาอยู่   เจ้าชายพยายามที่จะขยับตัวแต่ก็ขยับตัวไม่ได้เลย   เมื่อยามเห็นจึงได้รีบวิ่งเข้าไปช่วยเจ้าชาย    และบังเอิญมีเพื่อนของเจ้าหญิงสีฟ้าผ่านมาเห็นจึงได้รีบโทรหาเจ้าหญิงสีฟ้า  ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหญิงสีฟ้ากำลังนั่งทำงานอยู่   เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ารู้ว่าเจ้าชายนั้นโดนรถชนอยู่ข้างโรงเรียน   ด้วยความเป็นห่วงเจ้าชายเจ้าหญิงจึงรีบทิ้งปากกาในทันที   และได้วิ่งไปหาเจ้าชายพร้อมกับเพื่อนๆของเจ้าหญิง  จนลืมหยิบทั้งงานและกระเป๋าเรียน ที่วางอยู่บนโต๊ะ   ในเวลานั้นเจ้าหญิงสีฟ้าไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากการรีบมาดูอาการของเจ้าชาย    ในขณะนั้นรถโรงพยาบาลก็ได้มารับเจ้าชายสีน้ำเงิน    เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้ขึ้นรถไปพร้อมกับเจ้าชายสีน้ำเงิน    ในระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลเจ้าหญิงได้นั่งอยู่ข้างๆ คอยดูแลเจ้าชาย   เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่มองหน้าของเจ้าหญิงสีฟ้า   ใบหน้าของเจ้าหญิงทำให้เจ้าชายสามารถยิ้มได้ทั้งๆที่ในเวลานั้นจ้าชายเจ็บแผลอย่างมาก         

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ตัวเองคงเจ็บมากเลยละดิ    เจ็บตรงไหนบ้างอ่ะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เจ็บที่ศอกมากๆเลย   แต่ก้อ....คิดถึงมากกว่าอ่ะ

เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้าได้ยินดังนั้น  เจ้าหญิงจึงได้ยิ้มให้เจ้าชายสีน้ำเงินและตอบกลับไปว่า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  นี่ๆ... เจ็บขนาดนี้ก้อยังจาพูดอยู่เนาะ    เค้าก็คิดถึงตัวเองเหมือนกันแหละ

เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ส่งยิ้มให้กับเจ้าหญิงสีฟ้า    

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ยิ้มอารายอ่ะตัวเอง...?

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ก็...เค้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเราทั้งคู่จะมาตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้เลย   แต่เค้าก็ดีใจนะที่วันนี้ทำให้เค้าได้รู้ว่าตัวเองก็เป็นห่วงเค้ามาก   ถึงขนาดที่ได้ตามขึ้นรถมาอยู่ข้างๆ เพื่อคอยดูแลเค้า

เมื่อถึงโรงพยาบาลเจ้าชายได้นอนเตียงเข็นและถูกเข็นเข้าไปในห้องทำแผล   หลังจากที่เจ้าชายทำแผลเสร็จแล้ว

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   กลับบ้านไปก็อย่าลืมกินยาและทายาที่แผลนะคะ   พักผ่อนมากๆละกันนะที่รัก  เค้าเป็นห่วงตัวเองมากๆ  เลยนะรู้มั้ย   ดูแลตัวเองดีๆนะ

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  : ทำไมไม่ไปดูแลเค้าที่บ้านเลยหล่ะ.... ขอบคุณมากๆเลยนะที่วันนี้มาคอยดูแลเค้า

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ถ้าไปได้เดี๋ยวก็ไปจริงๆหรอก   งั้นเค้าไปเรียนก่อนนะ... อย่าลืมที่เค้าบอกละกัน

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ครับคุณแม่....สั่งเยอะจังเลยนะ

                หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเริ่มที่จะรู้สึกว่าใจของพระองค์นั้นเริ่มที่จะรักเจ้าหญิงสีฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ   จนไม่อาจที่จะเหลือที่ว่างในหัวใจให้เจ้าหญิงคนใดอีกแล้ว   ทั้งความรักและเวลาทั้งหมดของเจ้าชายสีน้ำเงินได้มอบให้เจ้าหญิงสีฟ้าไปหมดแล้ว   ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเจ้าชายสีน้ำเงินไม่เคยผูกพันกับเจ้าหญิงคนไหนมากไปกว่าเจ้าหญิงสีฟ้าเลย  

                ในวันหนี่งขณะที่เจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้านั่งรอดูหนังอยู่นั้น   เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปถามเจ้าชายสีน้ำเงิน   และขอให้เจ้าชายได้เล่าเรื่องเจ้าหญิงองค์อื่นๆตั้งแต่ที่เจ้าชายเคยคบมา   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้เล่าเรื่องให้เจ้าหญิงสีฟ้าฟังทั้งหมด

เจ้าหญิงสีฟ้า  :  จากที่ฟังมาตัวเองคงรักเจ้าหญิงสีม่วงมากที่สุดเลยละดิ    เพราะครั้งนั้นทำให้ตัวเองต้องร้องไห้ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่เคยร้องไห้ใครมาก่อนเลย   ได้เลิกกันทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่เลยมันคงเจ็บมากๆ เลยสินะ   

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  ในช่วงนั้นเหรอ.....เค้าก็ยอมรับเลยว่าเสียใจมากๆที่ต้องเลิกกับเจ้าหญิงสีม่วงทั้งๆที่ยังรักกัน

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  แล้วตัวเองคิดว่าในเวลานี้เค้ารักเจ้าหญิงองค์ไหนมากที่สุดหล่ะ  ?

เจ้าหญิงสีฟ้า  :  ก็ต้องเป็นเจ้าหญิงสีม่วงนั่นแหละ   เพราะตั้งแต่คบกันมาตัวเองก็ไม่เห็นจะเคยร้องไห้ให้เค้าสักครั้งเลยอ่ะ

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  ......

เจ้าชายสีน้ำเงินได้แต่นั่งเงียบและไตร่ตรองในสิ่งที่เจ้าหญิงสีฟ้าพูด   และเมื่อถึงเวลาทั้งคู่จึงได้เข้าไปดูหนังด้วยกัน

 

3月26日

The Last memory of Prince (เมื่อความรักต้องเจออุปสรรค)

The Last memory of  Prince

                        เมื่อความรักต้องพบกับอุปสรรค

            หลังจากที่ช่วงเวลาที่ปิดเทอมอันแสนสั้นได้ผ่านไปแล้ว   ช่วงเวลาของการเปิดเทอมซึ่งเป็นช่วงเวลาของการได้พบกับสิ่งใหม่ๆ   ในช่วงนี้ก็มีกิจกรรมสำคัญก็คือ  การรับน้อง    ซึ่งเจ้าชายดำได้ชวนเจ้าหญิงสีฟ้าไปด้วยทั้งๆที่เจ้าหญิงนั้นเป็นรุ่นน้องที่อยู่คนละห้องกัน   เจ้าหญิงสีฟ้าจึงจะไปด้วย   ซึ่งในตอนแรกเจ้าชายสีน้ำเงินคิดว่าเจ้าหญิงสีฟ้าได้พูดเล่น  แต่พอรถจะออกเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้ขึ้นรถมากับเจ้าชายและพวกเพื่อนๆ   ตอนขาไปเจ้าชายสีน้ำเงินก็หยอกล้อกับเจ้าหญิงสีฟ้า   แต่พอขากลับเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้ากับทะเลาะกัน   ในวันนั้นเป็นวันที่เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นได้ทะเลาะกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ครบกันมา   พร้อมกันนั้นยังเป็นวันแรกที่เจ้าชายสีน้ำเงินทำให้เจ้าหญิงสีฟ้าต้องร้องไห้  เพียงเพราะเจ้าชายน้อยใจให้เจ้าหญิงที่ไม่ยอมคุยด้วยกลับพระองค์แต่เจ้าหญิงกลับไปคุยกับรุ่นน้องของเจ้าชาย   ทั้งๆที่เจ้าหญิงนั้นก็ทำตัวปกติแต่เจ้าชายนั้นก็คิดมากไปเอง    เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ยอมรับผิดและได้ตามขอโทษเจ้าหญิงตลอดทางที่เดินกลับ   เมื่อกลับมาถึงที่โรงเรียน   ทั้งคู่จึงได้หาที่เงียบๆ นั่งคุยกันเพื่อปรับความเข้าใจกัน       

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ตัวเองสัญญากับเค้าได้มั้ยว่าจะไม่ร้องไห้ให้เค้าอีก

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้าไม่รับปากนะว่าจะร้องไห้ให้ตัวเองอีก 

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้าคงเป็นคนนิสัยไม่ดีมากเลยใช่มั้ยถึงทำให้ตัวเองต้องร้องไห้

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ไม่หรอก    เค้าคงเป็นคนขี้แยเองแหละ    

                เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เรื่องวันนี้เค้าขอโทษละกันนะ   เค้าก็แค่หวงตัวเองก็เท่านั้นเอง....

                เจ้าหญิงสีฟ้า  :   เค้าก็รู้สึกดีนะที่ตัวเองหวงเค้า   เพราะทำให้เค้าได้รู้ว่าตัวเองนั้นก็รักเค้า  ถ้าไม่รักคงไม่หวงหรอกจริงมั้ย      

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้เข้าใจกันและกันมากขึ้น    แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ได้มีญาติของเจ้าหญิงได้ไปฟ้องแม่ของเจ้าหญิงว่า  เจ้าชายสีน้ำเงินนั้นมีความประพฤติที่ไม่ดี   หลังจากวันนั้นแม่ของเจ้าหญิงก็ค่อยชอบเจ้าชายเท่าไหร่นัก   ในเวลานั้นทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร   ได้แต่มองตากันและพูดว่า

เราจะทำยังไงดี    แต่สุดท้ายเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้     แต่อุปสรรคของความรักก็ยังไม่หมดไป

ราวกับว่าพายุฝนได้โหมกระหน่ำจนเจ้าชายยากที่จะรับไหว  เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้รับโทรศัพท์สายสำคัญ    ผู้ที่โทรมานั่นก็คือ น้าของเจ้าชายสีน้ำเงิน   โดยน้าของพระองค์ได้รู้ว่าพระองค์นั้นกำลังคบกันกับเจ้าหญิง   น้าของพระองค์จึงได้ยื่น ข้อแรกเปลี่ยนโดยจะให้พระองค์นั้นคบกับเจ้าหญิงต่อไปถ้าการเรียนของเจ้าชายดีขึ้น   ในครั้งนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้ปิดบังเรื่องนี้ไว้   โดยพระองค์ไม่ยอมบอกเจ้าหญิงสีฟ้า  เพราะเจ้าชายสีน้ำเงินคิดว่าถ้าเจ้าหญิงสีฟ้ารู้คงต้องคิดมาก    ณ ช่วงเวลานั้นพระองค์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครบกับเจ้าหญิงต่อไป    เจ้าชายไม่ต้องการที่จะสูญเสียเจ้าหญิงสีฟ้าไป   เจ้าชายสีน้ำเงินได้หนีเรียนเพื่อกลับบ้านไปเตรียมตัวในการสอบ    จนทำให้เพื่อนบางคนมาต่อว่าในการกระทำเจ้าชาย   แต่ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเพื่อนของพระองค์ไม่ได้รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่พระองค์ต้องทำเช่นนั้น  มีแต่เจ้าชายลิงและเจ้าหญิงจิ้งจกที่รู้เรื่องในครั้งนี้   ทั้งเจ้าชายลิงและเจ้าหญิงจิ้งจกต่างก็เข้าใจถึงความรู้สึกของเจ้าชาย   และคอยให้กำลังใจเจ้าชายอยู่เสมอ   ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลการเรียนของเจ้าชายออกมาดี   เจ้าชายจึงได้บอกให้เจ้าหญิงรู้ในเรื่องที่ตนได้ปิดบัง   หลังจากที่เจ้าหญิงได้ฟังเจ้าชายเล่าจนจบ

เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ทำไมไม่ยอมบอกเค้าตั้งแต่แรกล่ะ  

เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ก็...เค้าไม่อยากให้ตัวเองต้องคิดมากนี่     

เจ้าหญิงสีฟ้า  :   ตัวเองต้องทำขนาดนี้เพื่อเค้าเลยเหรอ

เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  ที่เค้าทำไปก็เพราะเค้าไม่อยากเสียตัวเองไปนี่  ช่างเหอะมันผ่านไปแล้ว   นี่ๆ เค้ามีไรจาบอก

เจ้าหญิงสีฟ้า  :   มีเรื่องอะไรเหรอ

เจ้าชายสีน้ำเงิน  :  เค้ารักตัวเองนะ

เจ้าหญิงพยายามที่จะหุบยิ้ม   แต่ก็กลั้นไม่ได้   สีหน้าของเจ้าหญิงเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมกับหันไปสบตากับเจ้าชาย 

เจ้าหญิงสีฟ้า  :  เค้าก็รักตัวเองเหมือนกันแหละ

ด้วยความเขินเจ้าหญิงจึงแกล้งหันหน้าไปทางอื่น   ในวันนั้นเป็นวันแรกที่เจ้าชายได้บอกรักเจ้าหญิงและเจ้าหญิงได้บอกรักเจ้าชาย

 

3月24日

The Last memory of Prince (ความรักของเจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้า)

The Last memory of  Prince

                                ความรักของเจ้าชายสีน้ำเงิน และเจ้าหญิงสีฟ้า

            เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวระยะเวลาในตอนกลางคืนได้ยาวนานยิ่งขึ้น  ดูเหมือนว่าทุกๆอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง  แม้แต่ธรรมชาติก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงนับภาษาอะไรกับความผูกพันของมนุษย์ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับเวลา   ยิ่งนับวันเจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าเริ่มที่จะผูกพันกันมากขึ้น    ทั้งคู่ค่อยๆเริ่มที่จะปรับตัวเข้าหากันและได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์จากคำว่า

พี่กับน้อง ให้เป็นคำว่า แฟน    ในครั้งแรกเจ้าชายรู้สึกลำบากใจเพราะเจ้าหญิงยังเกรงใจเจ้าชายอยู่ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าชายอายุมากว่าเจ้าหญิงถึง 2 ปี   แต่เมื่อเวลาผ่านไปความกังวลเหล่านั้นของพระองค์ก็เริ่มจางหายไป  ในทุกๆวันหลังเรียนเจ้าชายสีน้ำเงินจะนัดพบกับเจ้าหญิงสีฟ้า   แล้วทั้งคู่ก็นั่งคุยกันตามประสาคนที่เป็นแฟนกัน  ในช่วงนั้นไม่ได้มีแต่คู่ของเจ้าชายสีน้ำเงินกับเจ้าหญิงสีฟ้าเท่านั้น  แต่ยังมีคู่ของเจ้าชายเซนเดอลอสกับเจ้าหญิงก้านกล้วย   คู่ของเจ้าชายไลท์ติวกับเจ้าหญิงจิ้งจก  คู่ของเจ้าชายดำกับเจ้าหญิงหมู  คู่ของเจ้าชายตาตีบกับเจ้าหญิงจุ๊มุ๊  คู่ของเจ้าชายหมา  คู่ของเจ้าชายลอบเบน   คู่ของเจ้าหญิงสามล้อ  และอีกหลายคู่ที่ไม่ได้กล่าวถึง    ในเวลานั้นในห้องเรียนของเจ้าชายสีน้ำเงินเป็นห้องแห่งความรักก็ว่าได้  ไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มสาว  ความรักของศิษย์กับครู  ความรักระหว่างเพื่อน  ซึ่งช่วง ณ เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เจ้าชายมีความสุขมาก    เมื่อเวลาผ่านไปลมหนาวได้เข้ามาเยือนซึ่งพัดมาอย่างไม่ขาดสาย  และอุณหภูมิก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ  ความหนาวนั้นกำลังซาบซ่านเข้าสู่หัวใจ  แต่ความหนาวนั้นก็มิอาจทำอะไรเจ้าชายสีน้ำเงินได้เลย    พระองค์กลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิงสีฟ้า   เจ้าหญิงสีฟ้าได้เติมเต็มความรักที่ขาดให้ไปของพระองค์ให้เต็มเปี่ยม     เจ้าหญิงได้เข้ามาทำให้เจ้าชายพ้นจากความเหงาและความอ้างว้าง   ในช่วงเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินมีความสุขมากที่มีเจ้าหญิงสีฟ้าคอยดูแลและเป็นห่วงอยู่เสมอ  

                เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไปฤดูร้อนก็เข้ามาแทนที่    ณ เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนนั้นปิดเทอมเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้ไปหาเจ้าหญิงสีฟ้าทุกวัน   เริ่มที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้นจนแม่ของเจ้าหญิงสีฟ้ารู้แต่แม่ของเจ้าหญิงสีฟ้าก็ไม่ได้ว่าอะไร   เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้พาเจ้าชายสีน้ำเงินเข้าไปปราสาทเพื่อไปไหว้แม่ของเธอ   ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนคำว่าพี่กับน้องไม่มีอีกต่อไป...  

 

เจ้าหญิงสีฟ้า :  วันนี้เค้าอยากไปออกกำลังกาย  ตัวเองจะไปด้วยกันมั้ย ? 

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  คิดยังไงถึงไปอ่ะ ?

เจ้าหญิงสีฟ้า :   เค้าว่าจะไปลดหุ่นอ่ะช่วงปิดเทอมไม่มีอะไรทำ  มีแต่กินอย่างเดียว  สงสัยเค้าจะอ้วนขึ้นอ่ะ

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  เค้าไม่เห็นว่าตัวเองจะอ้วนขึ้นเลย   เค้าว่าตัวเองน่าจะไปลดขนาดหน้ามากกว่านะ

ในขณะที่เจ้าชายสีน้ำเงินพูดไปหัวเราะไปด้วยนั้น    เจ้าหญิงสีฟ้าได้ยินจึงใช้อันบอบบางตีที่แขนของเจ้าชายอย่างนิ่มนวล 

เจ้าหญิงสีฟ้า :   เดี๊ยะๆ  ชอบว่าแต่เค้า  จำไว้เลยนะ

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  เค้าล้อเล่นนะที่รัก

 

แล้วทั้งคู่ก็ได้ไปวิ่งออกกำลังกายด้วยกัน  ในขณะที่วิ่งอยู่นั้นเจ้าชายสีน้ำเงินได้วิ่งไปยิ้มไป   เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปถามเจ้าชาย

 

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ตัวเองเป็นอะไรมากรึเปล่าอ่ะ ?   วิ่งไปแล้วก็ยิ้มไป

เจ้าชายสีน้ำเงิน : เปล่า...เค้าไม่ได้เป็นไร   ตอนนี้เหมือนกับว่าเค้าฝันไปเลยอ่ะ  เพราะทุกครั้งที่มาวิ่งเค้าก็ได้แต่วิ่งตามหลังตัวเองทำได้แค่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง  แต่ในวันนี้เรากลับได้มาวิ่งคู่กัน  เค้าก็อยากบอกว่าเค้ารู้สึกดีใจมากๆเลยนะที่มีโอกาสได้อยู่ข้างๆ ตัวเอง

 

เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่อมยิ้มและวิ่งต่อไป   เมื่อเวลาผ่านไปขาเจ้าชายก็เริ่มเป็นตะคริวเจ้าชายจึงขอให้เจ้าหญิงได้นั่งพักก่อน   หน้าของเจ้าชายก็เริ่มมีเหงื่อออกเจ้าหญิงจึงนำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อให้กับเจ้าชาย   ในเวลานั้นเองทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินประทับใจเจ้าหญิงสีฟ้ามาก   หลังจากที่เจ้าชายหายเป็นตะคริวแล้ว   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงชวนเจ้าหญิงสีฟ้าวิ่งต่อ   เมื่อวิ่งเสร็จเจ้าชายสีน้ำเงินจึงไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาทพร้อมกับความทรงจำดีๆที่ได้จากเจ้าหญิงสีฟ้า

 

 

3月22日

The Last memory of Prince (ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน)

The Last memory of  Prince

                        ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน

                หลังจากวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้นัดพบกับเจ้าหญิงสีฟ้า    เจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้เตรียมใจไว้สำหรับคำตอบที่จะได้รับจากเจ้าหญิงสีฟ้า  เพราะเจ้าชายนั้นกลัวจะผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับ  ซึ่งเจ้าชายก็รู้ตัวดีว่าเจ้าชายนั้นไม่คู่ควรกับเจ้าหญิงสีฟ้าเลยสักนิด   เจ้าหญิงสีฟ้าทั้งน่ารักและอัธยาศัยดีจนทำให้มีเจ้าชายจากเมืองอื่นๆ มากมายมาชอบเจ้าหญิงสีฟ้า   หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินได้เลิกเรียนแล้วจึงได้ไปนั่งรอเจ้าหญิงสีฟ้า   เมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ามาถึง   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้เริ่มสนทนากับกับเจ้าหญิงสีฟ้า

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  พร้อมที่จะให้คำตอบแล้วเหรอคับ ?

เจ้าหญิงได้แต่อมยิ้ม  และหันไปสบตากับเจ้าชาย

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ก้อ...ไม่รู้จาตอบยังไงดี   เพราะจำคำถามไม่ได้แล้ว  เมื่อวานพี่ถามว่าอะไรนะคะ ?

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  (  *_*!)    

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  ก้อถามว่าน้องสีฟ้าคิดยังไงกับพี่อ่ะ  งั้นถามตรงๆเลยก็ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ?

เจ้าหญิงสีฟ้า :  อืม...คำถามนี้ตอบยากจังเลย

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า  ถ้าชอบให้พยักหน้า  ถ้าไม่ชอบก็ให้ส่ายหน้าดีมั้ย ?

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ก้อได้ค่ะ

 

เจ้าหญิงสีฟ้านั่งนิ่งไปซักพัก  และหันไปสบตาเจ้าชายสีน้ำเงินอีกครั้ง  สีหน้าของเจ้าหญิงเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ  ทันใดนั้นเองเจ้าหญิงสีฟ้าก็ได้พยักหน้าให้กับเจ้าชายสีน้ำเงิน  แล้วรีบวิ่งหนีเจ้าชายไปปล่อยให้เจ้าชายนั้นนั่งอึ้งกับคำตอบที่ได้รับจากเจ้าหญิง   เมื่อเจ้าชายได้สติจึงได้รีบวิ่งตามเจ้าหญิงไป   หลังจากที่เจ้าชายได้วิ่งตามเจ้าหญิงทัน  เจ้าชายได้ถามเจ้าหญิงว่า...

 

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  เมื่อกี้ตอบว่าอะไรนะ  พอดีดูไม่ทัน  ช่วยตอบใหม่อีกครั้งได้มั้ย ?

เจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้หันไปตอบกับเจ้าชายสีน้ำเงินพร้อมกับส่งรอยยิ้ม   ในขณะนั้นหน้าของเจ้าหญิงก้อยังคงแดงเช่นเดิม 

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ไม่ตอบแล้วแหละ

                             เวลาที่เจ้าหญิงเขินน่ารักมากๆเลย….ความคิดเจ้าชาย

 

หลังจากนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ไปส่งเจ้าหญิงสีฟ้ากลับปราสาท  ในคืนนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ได้แต่นอนยิ้มทั้งคืนเพราะคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้   หลังจากวันนั้นอีก 1 อาทิตย์ต่อมา   เจ้าชายสีน้ำเงินได้นัดกับเจ้าหญิงสีฟ้าเพราะมีเรื่องที่สำคัญจะพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า   ทั้งคู่ได้ไปหาที่นั่งที่เงียบๆ คุยกัน  เจ้าชายนั่งเงียบพร้อมกับสบตาเจ้าหญิง   เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าชายจึงหันไปถามเจ้าหญิง  

เจ้าชายสีน้ำเงิน :  เรา...เป็นแฟนกันนะ

สีหน้าของเจ้าชายเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ   ส่วนเจ้าหญิงก็ได้หันไปถามพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่เจ้าชาย

 

เจ้าหญิงสีฟ้า :  เป็นดีมั้ยอ่ะ ?

เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็แล้วแต่สีฟ้าละกันนะ

หลังจากที่เจ้าชายสีน้ำเงินพูดจบ   พระองค์จึงได้หันหน้าไปทางอื่น  เพื่อหลบสายตาของเจ้าหญิงสีฟ้า

เจ้าหญิงสีฟ้า :  งั้นเป็นก้อได้

 

เมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าหญิง  เจ้าชายจึงค่อยๆหันหน้ามาหาเจ้าหญิงพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจ  ในเวลานั้นก็มีลมพัดพาเอาดอกไม้ที่อยู่บนต้นไม้ลอยลงมาตกต่อหน้าเจ้าชายและเจ้าหญิง   แล้วทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันเลย  ได้แต่ใช้ภาษาใจสื่อสารถึงกันพร้อมๆกับส่งรอยยิ้มให้กัน   เจ้าชายคิดว่าถ้าเป็นไปได้พระองค์อยากหยุดเวลาในช่วงเวลานั้นไว้เพื่อได้นั่งอยู่เคียงข้างกับเจ้าหญิง     เวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่เจ้าชายไม่สามารถที่จะลบเลือนไปจากความทรงจำของพระองค์ได้เลย  หัวใจของพระองค์ได้กลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เจ้าหญิงสีม่วงได้เดินจากไป...    

 

 

3月20日

The Last memory of Prince (กว่าความรักจะลงตัว)

The Last memory of  Prince

           กว่าความรักจะลงตัว

                หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่ลดละความพยายาม  คุยกับเจ้าหญิงสีฟ้าเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น  เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินได้รู้จากเจ้าหญิงสีฟ้าว่าอดีตสหายรักของเจ้าชายนั้นก็มาจีบเจ้าหญิงสีฟ้าเหมือนกัน  เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเกิดความสับสนในจิตใจ   ณ เวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงต้องการที่อยู่เงียบๆเพื่อคิดไตร่ตรองเรื่องที่เกิดขึ้น  เจ้าชายสีน้ำเงินไม่ต้องการให้อดีตสหายรักของพระองค์ต้องเสียใจ  เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจว่าพระองค์จะขอเป็นคนจากไปเอง  ในขณะเดียวกันเจ้าหญิงสีฟ้าก็คิดมากและลำบากใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น   เจ้าหญิงสีฟ้าไม่ต้องการให้เจ้าชายสีน้ำเงินต้องผิดกันกับอดีตสหายรัก  เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจไม่โทรไปหาเจ้าหญิงสีฟ้าเกือบ 1 อาทิตย์และเมื่อเห็นเจ้าหญิงสีฟ้าที่โรงเรียนก็พยายามหลบหน้า   ในที่สุดเจ้าหญิงสีฟ้าจึงได้โทรมาหาเจ้าชายสีน้ำเงินเพื่อถามเจ้าชายสีน้ำเงินว่าเป็นอะไรทำไมจึงหายเงียบไปเลย  เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าชายสีน้ำเงินจึงนัดเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อที่จะพูดปัญหาที่ค้างคาใจ  ในวันรุ่งขึ้นเจ้าชายก็ได้มานั่งรอเจ้าหญิง  และเมื่อเจ้าหญิงสีฟ้ามาถึง   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้รวบรวมความกล้าและพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า

                เจ้าชายสีน้ำเงิน : จะว่าอะไรมั้ยถ้าเราจาเลิกคุยกันเพราะพี่ไม่ต้องการทำให้สีฟ้าต้องลำบากใจ

                เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่นิ่งเงียบ....

                เจ้าชายสีน้ำเงิน : และพี่ก็ไม่อยากทำให้เพื่อนพี่ต้องเสียใจ  พี่จะขอเป็นคนไปเองละกันนะ 

                เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นต้องทำแบบนี้เลย  ตอนนี้มีคนที่เจ็บแค่คนเดียวนะ แต่ถ้าพี่จะทำอย่างนั้นจามีคนเจ็บถึง 3 คนเลยนะ  สีฟ้าว่าเราคุยกันเหมือนเดิมนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

เจ้าชายสีน้ำเงินจึงกลับมาคุยกับเจ้าหญิงสีฟ้าเหมือนเดิม  และต่อมาอีกไม่กี่วันเจ้าชายได้ชวนเจ้าหญิงไปดูหนังแต่เจ้าหญิงสีฟ้าก็อ้างว่ายังไม่ว่าง   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงตัดสินใจโทรไปหาเจ้าหญิงแล้วบอกเจ้าหญิงว่าซื้อตั๋วล่วงหน้าให้แล้ว   เมื่อได้ยินเจ้าหญิงสีฟ้าจึงตัดสินใจยอมมาดูหนังกับเจ้าชายสีน้ำเงิน   ทั้งๆที่ความจริงแล้วยังไม่ได้ซื้อเลย   ในเย็นวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงไปซื้อตั๋วหนัง  หลังดูหนังเสร็จเจ้าชายสีน้ำเงินจึงบอกกับเจ้าหญิงเรื่องตั๋วหนัง  คำพูดของเจ้าหญิงในวันนั้นเจ้าชายสีน้ำเงินจำได้อย่างไม่ลืมเลือน  เจ้าหญิงได้พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสว่า จำไว้เลยนะ  คราวหลังจะไม่ลงกลมาดูด้วยอีกแล้ว   หลังจากวันนั้นมาเจ้าหญิงสีฟ้าก็เริ่มจาไปเที่ยวกับเจ้าชายสีน้ำเงินด้วยกันสองคนบ่อยๆขึ้นเรื่อยๆ  หลายวันต่อมาเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ตัดสินใจว่าจาบอกความในใจของตนให้กับเจ้าหญิงสีฟ้าได้รู้โดยคืนนั้นพระองค์ได้พยายามเรียงร้อยถ้อยคำที่จะบอกเจ้าหญิงสีฟ้าจนเกือบจะไม่ได้นอน  ในวันรุ่งขึ้นเจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้โทรนัดกับเจ้าหญิงสีฟ้าเพื่อจาบอกความในใจ   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงมานั่งรอเจ้าหญิงสีฟ้าเมื่อเจ้าหญิงมาสีฟ้ามาถึงพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนสดใส  ทั้งสองคนจึงเริ่มสนทนากัน

 

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ขอโทษนะที่ให้รอนาน   พอดีเพิ่งไปส่งน้องมา

เจ้าชายสีน้ำเงิน : ไม่เป็นไรคับ

เจ้าหญิงสีฟ้า : มีเรื่องอะไรจาบอกเหรอ

 

ในขณะนั้นความรู้สึกของเจ้าชายเหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเคลื่อนไหวช้าลง  เจ้าชายได้ยินแต่เสียงของหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตลอดเวลา  เจ้าชายสีน้ำเงินจึงเริ่มหันมาพูดกับเจ้าหญิงสีฟ้า

เจ้าชายสีน้ำเงิน : ก็..พี่อยากบอกสีฟ้ามาตั้งนานแล้วตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกันจนถึงวันนี้ แต่ก็ไม่มีโอกาสบอกเลย  พี่ชอบสีฟ้านะ 

ความรู้สึกของเจ้าชายในเวลานั้นเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้หยุดอยู่นิ่ง   และในโลกนี้มีเหลือแค่เพียงเราสองคนเท่านั้น                                              

 

เจ้าหญิงสีฟ้าได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไรเลย

เจ้าชายสีน้ำเงิน : พี่ก็อยากรู้ว่าสีฟ้าคิดยังไงกับพี่   ถ้าวันนี้ยังไม่พร้อมก็ค่อยบอกวันหลังก็ได้นะ

เจ้าหญิงสีฟ้า :  ก้อ...บอกไม่ถูกเหมือนกันอ่ะ   สีฟ้าขอเวลาให้ได้กลับไปคิดก่อนนะ

The Last memory of Prince (จุดเริ่มต้นของความรัก)

The Last memory of  Prince

           จุดเริ่มต้นของความรัก    

                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเจ้าชายองค์หนึ่งมีนามว่าเจ้าชายสีน้ำเงิน เจ้าชายองค์นี้ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเจ้าชายและเจ้าหญิงมากมาย  ซึ่งโรงเรียนก็อยู่ไม่ไกลจากปราสาทของพระองค์มากนัก  แต่เจ้าชายสีน้ำเงินก็ไม่เคยมาโรงเรียนทันเลยซักวัน  ในทุกๆวันหลังเลิกเรียนเจ้าชายสีน้ำเงินจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มใหญ่  ชีวิตช่วงนั้นของชีวิตเจ้าชายก็ยังไม่มีอะไรมากมายมีแต่ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะกับเพื่อนๆไปวันๆ  เจ้าชายมีเพื่อนสนิทหลายคนแต่ละคนก็มีฉายาที่แปลกออกไป  เช่น  เจ้าชายลิง เจ้าชายดำ  เจ้าชายตาตีบ เจ้าชายเซนเดอลอส  เจ้าชายแหลม  เจ้าชายล๊อบเบน  เจ้าชายไลติว  เจ้าชายเสี่ยตระการ เจ้าชายหมา  เจ้าหญิงจิ้งจก  เจ้าหญิงหมู  เจ้าหญิงเห็ด เจ้าหญิงชมพู่  เจ้าหญิงก้านกล้วย ยังมีเจ้าชายและเจ้าหญิงคนอื่นๆอีกมากที่ไม่มีฉายา   ซึ่งเมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินมีความทุกข์เพื่อนๆของเจ้าชายก็จะอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจและคำปรึกษาอยู่เสมอ  ด้วยเหตุนี้เจ้าชายสีน้ำเงินจึงรักเพื่อนๆและเจ้าชายจึงได้สัญญากับตัวเองอย่างเงียบๆว่าเมื่อเพื่อนมีปัญหาไม่ว่าจาอยู่ที่ใดหรือเวลาใดพระองค์จะช่วยเหลือเพื่อนของพระองค์จนสุดความสามารถของพระองค์ที่มีอยู่   เออ! ลืมบอกอีกอย่างไปเจ้าชายองค์นี้ยังไม่มีคนรัก  เพราะเมื่อ2 ปีก่อนเจ้าชายเคยรักกับเจ้าหญิงคนนึงที่มีชื่อว่าเจ้าหญิงสีม่วง  ครอบครัวของเจ้าชายได้พยายามกีดกันทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้าชายต้องเลิกกับเจ้าหญิงสีม่วง  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าชายสีน้ำเงินเสียเจ้าหญิงสีม่วงไป  ในเวลานั้นเจ้าชายสีน้ำเงินเสียใจมากที่ทำให้เจ้าหญิงสีม่วงต้องจากไป  เจ้าชายสีน้ำเงินจึงปฏิญาณตนว่าจะพยายามไม่สนใจเรื่องความรักอีกต่อไป  จนเวลาผ่านไป 2 ปี  เจ้าชายก็ได้พบกับเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่สามารถทำให้หัวใจของพระองค์กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง  ในครั้งแรกที่พบเจ้าชายก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าใจของพระองค์นั้นต้องการเจ้าหญิงองค์นั้น   เจ้าชายจึงพยายามสืบเสาะตามหาเจ้าหญิงองค์นั้นทุกวิถีทาง   แล้ววันหนึ่งเพื่อนของพระองค์เจ้าชายเซนเดอลอสก็บอกชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้นให้เจ้าชายได้รู้  หลังจากวันนั้นเมื่อเจ้าชายได้พบกับเจ้าหญิงองค์นั้นจึงเรียกได้ชื่อตามที่เจ้าชายเซนเดอลอสของบอก  แต่เจ้าหญิงองค์นั้นกลับทำเมินเฉยไม่สนใจเสียงของเจ้าชายเลย  แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2 อาทิตย์  แต่หารู้ไม่ว่าชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้นเลย   เจ้าชายจึงให้เจ้าหญิงเห็ดไปถามชื่อของเจ้าหญิงองค์นั้น  เจ้าหญิงเห็ดจึงได้วิ่งกลับมาบอกเจ้าชายว่าเจ้าหญิงองค์นั้นชื่อเจ้าหญิงสีฟ้า  และอีก 1 อาทิตย์ต่อมาเจ้าชายจึงได้ตัดสินใจว่าจะไปถามเบอร์ของเจ้าหญิงสีฟ้า  กว่าจาตัดสินใจได้เจ้าชายเดินวนไปวนมาหลายรอบ  ในขณะที่กลุ่มเพื่อนของเจ้าหญิงที่นั่งอยู่ได้ออกไปหมดและเหลือเจ้าหญิงเพียงคนเดียว  เจ้าหญิงจึงรีบวิ่งตามเพื่อนไปในเวลานั้นเองเจ้าชายจึงได้วิ่งตามเจ้าหญิงสีฟ้าไป  วันนั้นเป็นแรกที่เจ้าชายได้พูดกับเจ้าหญิงจึงทำให้เจ้าชายใจสั่นมากๆพูดผิดๆถูก  ส่วนเจ้าหญิงก็เขินจนหน้าแดงและพยายามมองหาทางที่จะวิ่งต่อไป แต่ในที่สุดเจ้าชายก็ได้เบอร์ของเจ้าหญิงสีฟ้ามา   นับตั้งแต่นั้นมาเจ้าชายก็เริ่มที่จะโทรหาเจ้าหญิงสีฟ้าทุกวันตามที่หัวใจเรียกร้อง  ในทุกๆวันเสาร์อาทิตย์เจ้าหญิงสีฟ้าจะไปวิ่งออกกำลังกายกับพี่ๆของเจ้าหญิง  เจ้าชายสีน้ำก็จะชวนเจ้าชายลิงไปด้วยคอยวิ่งตามเจ้าหญิงสีฟ้าอยู่ห่างๆทุกวัน  ในเวลานั้นเจ้าชายคิดว่าเพียงแค่ได้เห็นหน้าไปวันๆก็พอใจแล้ว  และอีกอาทิตย์ต่อมาเจ้าหญิงก็ได้ไปรำดอกบัว  เจ้าชายสีน้ำเงินได้ชวนเจ้าชายลิงสหายคนสนิทไปด้วยและในคืนนั้นเจ้าชายก็ได้ยืนตากฝนทั้งๆที่เจ้าชายสีน้ำเงินยังเป็นไข้อยู่ เพื่อที่จะรอดูเจ้าหญิงสีฟ้ารำ  ยิ่งนับวันเจ้าชายยิ่งสนิทกับเจ้าหญิงมากขึ้นเรื่อยๆ  ในวันหนึ่งเจ้าชายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  เจ้าหญิงสีฟ้าก็รีบโทรมาหาเป็นครั้งแรกทั้งๆที่ปกติไม่เคยโทรมาเลย และส่งข้อความมาแสดงความห่วงใยเจ้าชาย  ในวันนั้นเองเจ้าชายจึงรู้สึกดีใจมากๆจนแผลที่เจ็บปวดหายปวดอย่างทันทีทันใด  เจ้าชายสีน้ำเงินและเจ้าหญิงสีฟ้าก็เริ่มจาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น  เจ้าชายสีน้ำเงินอยากรู้ว่าเจ้าหญิงสีฟ้าคิดยังไงกับพระองค์  จึงได้ส่งคนแกล้งไปถามเจ้าหญิงสีฟ้า

 

คนที่เจ้าชายส่งไปถาม : เจ้าชายสีน้ำเงินเป็นอารายกันกับเจ้าหญิงสีฟ้าจึงเห็นเดินคู่กันไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน  

เจ้าหญิงสีฟ้า : ไม่ได้เป็นไรกัน  ก็แค่เจ้าชายสีน้ำเงินชอบมาเดินตามก็เท่านั้นเอง

 

เมื่อเจ้าชายสีน้ำเงินรู้ ใจของพระองค์ก็แทบสลายเมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าหญิงสีฟ้า  ในวันนั้นเป็นวันเกิดของเจ้าชายตาตีบ  เมื่อเจ้าชายเล่าเรื่องที่เจ้าหญิงสีฟ้าพูดเพื่อนๆของเจ้าชายสีฟ้าจึงเข้ามาล้อมวงเข้ามาปลอบเจ้าชายสีน้ำเงินจนมีอาการดีขึ้น  แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ทำลายความพยายามของพระองค์ได้เลย   เจ้าชายสีน้ำเงินจึงได้ตัดสินใจว่าจะจีบเจ้าหญิงสีฟ้าต่อไป...